งออกเงินคนละเล็กละน้อยค่อยรวบรวมมาได้จนครบ ยังจะมีเงินเหลือให้หลิวเจี้ยนถงไปสอบเยวี่ยนซื่ออีกเสียที่ไหน?
“ช้าก่อน สอบผ่านแล้วจะได้รับเงินรางวัลไม่ใช่หรือ?”
จูชีพลันนึกขึ้นมาได้ ตอนที่เขาสอบเป็นซิ่วไฉได้ นอกจากทุนสมทบแล้วยังมี ‘เงินรางวัล’ ที่ทางการมอบให้อีก
เมื่อรวมกับของขวัญแสดงความยินดีที่นายท่านผู้เฒ่าซุน พี่เป้า และคุณชายเยี่ยนส่งมาให้ รวมเข้าด้วยกันแล้วก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อย ตอนที่มารดาของเขาทำบัญชีเสร็จยังเอามาให้เขาดูโดยเฉพาะ แล้วบอกให้เขาลงนาม
มองเพียงผิวเผิน เขาเพียงได้รับเงินรางวัลและทุนสมทบจากทางการ แต่ความจริงแล้วเขายังได้รับจากช่องทางอื่นอีกไม่น้อย กลายเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดของสกุลจูในก้าวเดียว
มารดาบอกว่า “ตอนนี้ นอกจากข้าที่เป็นแม่เจ้าแล้ว เจ้ากลายเป็นคนที่รวยที่สุดในครอบครัวพวกเราแล้วนะ!”
แน่นอนว่ามารดาไม่ให้เขาบอกเรื่องนี้ต่อคนอื่น รวมถึงพี่สามด้วยเช่นกัน
“ทำไมถึงบอกพี่สามไม่ได้ล่ะขอรับ?” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ
มารดาปรายตามองเขาแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้พี่สามของเจ้าไม่มีเงิน เจ้าอยากให้พี่สามอิจฉาเจ้างั้นรึ?”
จูชี “…”
ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น
“เงินทองเป็นของร้อน หากไม่ระวังเอาไว้ก็อาจทำให้คนอื่นในครอบครัวไม่พอใจได้ ดังนั้นเจ้าต้องเหยียบเอาไว้ให้มิด ห้ามไปพูดกับใครเด็ดขาด แน่นอนว่าถ้าที่บ้านประสบปัญหา เจ้าก็สามารถควักเงินออกมา บอกว่าเจ้าหาวิธ