่างกับข้าเป็นคนโง่งั้นแหละ ข้าไม่ใช่พี่ใหญ่กับพี่รองเสียหน่อย คิดอะไรอยู่?”
จูอู่หัวเราะโดยไม่ออกเสียง “ใช่แล้ว ๆๆ…ท่านเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในบ้านแล้ว!”
น้ำเสียงหลอกเด็กอย่างนั้น ชวนให้คนหงุดหงิดอย่างยิ่ง
จูซื่อถลึงตาใส่ “คำพูดของเจ้าฟังดูแปลก ๆ อยู่นะ?”
จูซานหัวเราะขึ้นมาจากข้าง ๆ “ฮ่า ๆๆๆ…มีพวกเจ้าสองคนอยู่ด้วย รู้สึกเหมือนภาระบนบ่าข้าเบาลงเยอะเลย”
“ท่านมีภาระอะไรกัน พี่สาม?” จูซื่อพูด “ลูกชายท่านข้าก็เป็นคนเลี้ยง นาก็ไม่ต้องทำ ทั้งยังไม่ต้องเรียนหนังสือ ท่านแค่ต้องร่อนเร่ตามเจ้าเจ็ดอยู่ข้างนอกนั่น นอกจากได้ไปเปิดหูเปิดตาแล้ว ยังอาจได้ตบแต่งภรรยาจากในตำบลกลับมาด้วยอีกต่างหาก ดีจะตายไป! เป็นใครก็คงอิจฉาท่านกันทั้งนั้น”
“อุ๊บ…น้องสี่ เจ้าพูดถูก! พี่สามแค่ไปร่อนเร่อยู่ข้างนอก!” จูอู่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ในสายตาของคนนอก สถานการณ์ของพี่สามในตอนนี้ก็คือแบบนี้ไม่ใช่หรือ?
จูซานทั้งฉุนทั้งขัน “เจ้านี่ช่าง…สรุปได้ดีจริง ๆ! ไม่อย่างนั้น พวกเรามาเปลี่ยนกันดูดีไหม? ข้าเลี้ยงลูกชายแทนเจ้า เจ้าไปดูแลเจ้าเจ็ดที่เมืองผู่โซ่วแทนข้า?”
จูซื่อย่อมตระหนักถึงความยากของเรื่องนี้ดี จึงตอบกลับทันควัน “ข้าจะไปทำไม? ข้าเป็นคนที่มีเมียแล้วนะ ข้าไม่ไปร่อนเร่อยู่ข้างนอกนั่นหรอก ใครใช้ให้ท่านไม่มีเมียกันล่ะ ท่านแม่ปล่อยท่านออกไปก็เพื่อให้ท่านไปหาเมียสักคนกลับมาน่ะสิ พี่สาม ถ้าท่านหาเมียกลับมาไม่ได้ก็จะขายหน้าจริง