างั้นรึ?”
“เพราะอย่างนี้ ข้าถึงได้กลุ้มใจอย่างไรเล่า” จูซานจะบอกได้อย่างไรว่าความจริงแล้วสิ่งที่จูอู่พูดมานั้นเขาก็เคยคิดแล้ว แต่สุดท้ายก็ถูกมารดาปัดตกไปจนหมด
จูซื่อมองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างออกจะสงสัย “ที่จริงข้าไม่ค่อยเข้าใจเลยว่าพวกท่านกลุ้มใจเรื่องอะไรกัน ตอนแรกที่พวกเราไปตำบลอันจิ่วก็ไม่ได้มีคนคุ้นเคยที่นั่นเสียหน่อย ตอนเจ้าเจ็ดไปสอบเสี้ยนซื่อที่ตำบลอี้คัง พวกเรามีคนรู้จักด้วยหรือ? นายอำเภออวี้กับคุณชายเยี่ยนอะไรนั่นก็เพิ่งไปรู้จักกันหลังจากไปถึงที่นั่นแล้วไม่ใช่หรือไร?”
“นายอำเภออวี้ยังเขียนจดหมายแนะนำให้เจ้าเจ็ดอีกต่างหาก เป็นเรื่องดีงามปานไหน”
“ยังมีคุณชายเยี่ยนผู้นั้น เขายังเขียนจดหมายถึงเจ้าเจ็ดอยู่เรื่อย ๆ ไม่ใช่รึ?”
“นี่เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ? ถึงเวลาเดี๋ยวก็หาวิธีแก้ไขได้เอง บางทีพอไปถึงเมืองผู่โซ่วแล้ว ท่านอาจพบวิธีรับมือก็ได้”
“มัวมานั่งคิดอยู่ตรงนี้ ปัญหาที่จะได้พบคืออะไรท่านก็ยังไม่รู้ แล้วจะแก้ไขได้อย่างไรกัน?”
……
วาจาของจูซื่อทำให้จูซานกับจูอู่ได้สติคืนมา
จริงด้วย พวกเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้เจอปัญหาอะไร สถานการณ์ที่จะได้เจอเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้ แล้วจะคิดหาวิธีรับมือได้อย่างไร?
ได้แต่วิเคราะห์ไปตามสถานการณ์แล้ว
“พี่สี่ ไม่เลวเลยนี่ ท่านก็มีเวลาที่ฉลาดด้วยสินะ” จูอู่ยิ้มกว้างพลางตบหลังจูซื่ออย่างหนักหน่วง
จูซื่อถูกตบหลังจนคะมำไปข้างหน้า “เฮ้ ๆๆ ทำอะไรของเจ้า? ทำอย