ี้หน้ากันพอดี!”
“ข้าไม่มีลูกชาย เขาต่างหากที่มี!” จูอู่เชิดคางด้วยท่าทางมาดมั่น
จูซื่อ “…”
ทำอย่างกับว่าในอนาคตเจ้าจะไม่มีลูกชายอย่างนั้นแหละ เจ้ากล้าพูดไหมว่าเจ้าจะไม่มีลูก?
แต่พอจูซานพูดแทรกขึ้นมาเช่นนี้ก็ทำให้พวกเขาสองคนนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองมาทำอะไรที่นี่
“พี่สาม เมื่อกี้ท่านคิดอะไรอยู่หรือ?”
“จริงด้วย พวกข้ามาทางนี้เพราะเห็นว่าท่านกำลังเหม่อ ท่านมีเรื่องอะไรในใจหรือเปล่า?”
พวกเขาสองคนส่งสายตาให้กันว่าถามต่อไป กลัวว่าพวกตนจะหลงประเด็นไปอีกรอบ
ได้ยินวาจาเป็นห่วงเป็นใยของน้องชายทั้งสอง จูซานพลันรู้สึกอบอุ่นใจ เขากล่าวว่า “ไม่มีอะไร แค่วันนี้ท่านแม่พูดอะไรกับข้าเล็กน้อย ทำให้ข้ารู้สึกกดดันอยู่บ้าง”
“ท่านแม่พูดอะไรกับท่าน? คงไม่ได้จะให้ท่านหาเมียใหม่จริง ๆ หรอกนะ?” หลังจากตั้งป้ายเชิดชูเกียรติคุณ คนอื่นก็กลับมาถามไถ่เรื่องพี่สามอีกแล้ว จูซื่อย่อมเคยได้ยินได้ฟังมาบ้าง
แต่ว่ากันตามตรง พี่สามของเขามีลูกชายแล้ว จะตบแต่งภรรยาหรือไม่นั้นไม่สำคัญเลย
“มีพูดถึงเรื่องแต่งเมียอยู่เหมือนกัน” จูซานกล่าว “แต่ดูจากท่าทีของท่านแม่ คงยังไม่อยากให้ข้ารีบร้อนแต่งงานใหม่”
“แต่ท่านอยากแต่ง?”
“ไม่ใช่ ตอนนี้ข้าไม่อยากแต่ง ครึ่งปีหลังข้าก็ต้องตามเจ้าเจ็ดไปเมืองผู่โซ่วเพื่อเรียนหนังสือแล้ว จะได้กลับมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เวลาแบบนี้จะแต่งเมียเข้าเรือนมาทำไม? แต่งเข้ามาเพื่อทิ้งให้นางอยู่ตัวคนเดียวทางนี้งั้นรึ?”