แต่งภรรยาคนใหม่เข้าเรือนมา แต่เขากลับไม่มีกระทั่งเวลาจะอยู่เคียงข้างอีกฝ่าย แต่งเข้ามาประดับไว้เฉย ๆ เช่นนั้นหรือ?
จูซานไม่อยากสร้างเรื่องยุ่งยากให้ตัวเองหรอกนะ
“ถ้าท่านอยากแต่งก็ลองเจรจากับท่านแม่ดูสิ เผื่อว่าจะสามารถพาไปด้วยกันได้” จูอู่ช่วยเสนอความคิด “พอดีเลย นางจะได้ช่วยเหลือท่านกับเจ้าเจ็ดอีกแรงหนึ่ง ทำความสะอาดหรือซักผ้าก็ได้ทั้งนั้น”
จูซานไร้คำจะกล่าว “เจ้าเคยเห็นบัณฑิตคนไหนพาเมียตัวเองไปเรียนด้วยงั้นรึ? คนเขาไปเรียนหนังสือ ไม่ได้ไปใช้ชีวิตกันเสียหน่อย อีกอย่าง คนที่จะพาไปยังเป็นเมียข้า ไม่ใช่เมียเจ้าเจ็ด แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน?”
จูอู่คลำจมูกป้อย ๆ “ถึงตอนนั้นท่านก็หาอะไรทำแล้วลงหลักปักฐานอยู่ข้างนอก…พี่สาม ท่านออกไปแล้วก็คงไม่คิดจะกลับมาอีกหรอกใช่ไหม? ท่านแม่เปิดภัตตาคารอยู่ข้างนอก ถ้าท่านยังกลับมาอีก คุณค่าก็ลดทอนลงกันพอดีน่ะสิ”
ในความคิดของจูอู่ เขาอยากให้จูซานสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ข้างนอก เช่นนี้เมื่อคนอื่นพูดถึงขึ้นมาก็จะรู้สึกว่าพี่สามของเขาเก่งกาจมาก
เขาไม่เชื่อหรอกว่าพี่สามอยู่ในตำบลอันจิ่วนานเพียงนั้น ทั้งยังมีคนคุ้นเคยอย่างพี่เป้ากับเหวินเหรินซานแล้วพี่สามยังจะหางานทำไม่ได้?
“ท่านแม่อยากให้ข้ามองให้สูงสักหน่อย” กล่าวถึงตรงนี้ ดวงตาของจูซานก็เป็นประกายกว่าเดิม เขากล่าวว่า “ท่านแม่บอกข้าว่าอย่าเพิ่งรีบร้อนแต่งงาน ให้เรียนหนังสือกับเจ้าเจ็ดไปก่อน คอยดูต่อไปว่าจะสามารถหาเ