บทที่ 690 คนที่เจ้าว่าคงไม่ใช่จูซุ่นเต๋อกระมัง
เอาเถอะ เสินกวงจี้ลืมคิดเรื่องนี้ไป
แต่เรื่องนี้เดิมทีก็เป็นเรื่องที่บอกใครไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเอาไปถามจูต้าเหนียงก็เท่ากับเป็นการเปิดโปงความในใจของพี่สาวเขาออกมาหมดเลยน่ะสิ?
ต่างจากเสินอิงอวี่ซึ่งรู้เรื่องของนางกับจูชีจากปากมารดา แต่เสินกวงจี้คาดเดาเรื่องนี้จากการกระทำของพี่สาว
พี่สาวของเขากล้ามาหาเขาเช่นนี้ เพราะบิดามารดามีเจตนาเช่นนี้อยู่ก่อนแล้ว เสินอิงอวี่ถึงได้คิดมาทางนี้ และบังเกิดความคิดมากระทำเรื่องเช่นนี้
ในยุคสมัยนี้ ชายหญิงแต่งงานกันทั้งที่ยังไม่เคยพบหน้ามีอยู่มากมายถมไป
เสินอิงอวี่ยังเป็นเด็กสาวแรกแย้ม ถึงวัยดูตัวได้แล้ว ได้ยินบิดามารดาเอ่ยถึงเรื่องนี้ก็ย่อมบังเกิดความหวั่นไหวได้ง่าย
ไม่สำคัญเลยว่าอีกฝ่ายในเรื่องนี้จะเป็นใคร ขอเพียงมีเป้าหมายที่ชัดเจนสักคนก็พอ
เวลานี้ จูชีก็ปรากฏตัวออกมาพอดี ดังนั้น…
น่าเสียดาย เสินอิงอวี่ไม่ได้รู้เลยว่า ที่มารดาพูดมานั้นเป็นเรื่องจริง แม้บิดามารดาจะเคยพิจารณาจูชี แต่สุดท้ายก็ปัดตกไปแล้ว…นางเข้าใจว่าเรื่องนี้ยังไม่แน่นอน นางกับจูชียังคงมีโอกาส
น่าเสียดายก็แต่สายลมวสันต์ของนางหอบนี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าไร้วาสนา
เสินกวงจี้หวั่นใจจริง ๆ ว่าจูชีคนโง่งมผู้นี้จะกลับไปเล่าให้จูต้าเหนียงฟังจนหมดเปลือก จึงกำชับไว้ว่าเรื่องนี้นอกจากพวกเขาสามคนแล้ว ห้ามนำไปพูดกับใครอีกเป็นอันขาด
“ใครก็พูดไม่ได้? พี่สามของ