ปรกและเหนื่อยที่สุดก็เป็นข้าที่ทำ งานที่ได้เงินก็เป็นนางที่ฉกฉวยเอาไปหมด ทุกครั้งที่คิดเงิน มีครั้งไหนที่ไม่ใช่พวกนางที่ได้เงินเยอะหรือ? เดิมทีพวกเราก็ขาดทุนอยู่แล้ว จะขาดทุนให้พวกนางอีกครั้งได้อย่างไร?”
“ยิ่งไปกว่านั้น ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็โตแล้ว ในอนาคตพวกเขาทั้งสองคนก็ยังต้องให้ความรู้พวกน้องชาย จะไม่เท่ากับบ้านอื่นได้ประหยัดเงินไปอีกหรือ?”
……
พูดไปพูดมาก็กล่าวว่าตกลงแล้วบ้านอื่นได้ผลประโยชน์จากบ้านใหญ่ของพวกเขามากแค่ไหน
ยากนักที่จะมีโอกาสได้ ‘หนี้’ คืนกลับมา คงไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินอีกกระมัง? แม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่หากให้พวกเขาเอาเปรียบเช่นนี้ พวกเขาก็ไม่แน่ว่าจะจำความดีของเขาไว้ได้ และคงลอบหัวเราะเยาะว่าเขาเป็น ‘คนโง่’
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ของแม่ตัวเอง เอ้อร์เป่าที่อายุสิบกว่าปีก็ไม่สบายใจยิ่ง
เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าแม่ของเขาที่รักพวกเขามาก เหตุใดจึงยังไม่คิดอยากรักษาอาการบาดเจ็บของพี่ใหญ่เล่า?
ตกลงท่านแม่ไม่รู้หรือว่า หากหน้าผากของพี่ใหญ่มีแผลเป็น เช่นนั้นจะไม่สามารถไปสอบขุนนางระดับเคอจวี่ได้!
ไม่ แม่ของเขาย่อมรู้
เขาได้ยินนางพูดกับหูตัวเอง นางรู้เพียงนางไม่อาจตัดใจจ่ายเงินจำนวนนั้น นางอยากให้ท่านย่าเป็นคนจ่าย…
เอ้อร์เป่าอยากพุ่งออกไปถามพวกเขา แต่กลับถูกมือข้างหนึ่งหยุดเอาไว้
เขาหันกลับไปมองก็เห็นร่างของพี่ใหญ่ ดวงตาเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในทันที ก่อนจะอ้าปากคิดจะเรียกคน
ต้าเป่าท