ช่ว่าไม่รักเจ้า นางเพียงแค่ตกใจมากนัก เพราะแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยเห็นเงินมากถึงเพียงนั้น เกรงว่าจะจ่ายคืนไม่ไหว”
“อีกทั้งไม่ใช่ว่าเจ้าจะรักษาไม่หาย เพียงแต่หากทิ้งรอยแผลเป็นไว้จะไม่สามารถสอบขุนนางระดับเคอจวี่ได้ แย่ที่สุดคือจะเป็นเช่นเดิมเหมือนในยามนี้ไม่มีอันใดเปลี่ยนแปลง”
“แต่เมื่อในครอบครัวมีหนี้หลายร้อยตำลึงที่ต้องใช้คืน ใจของแม่เจ้าย่อมกดดันยิ่ง เพราะสภาพครอบครัวจะยิ่งแย่กว่าที่เป็นอยู่ในยามนี้ อีกทั้งเจ้ายังมีพี่น้องคนอื่นอีก”
“หากเพราะหนี้ก้อนนี้ทำให้คนอื่นไม่พอใจ เจ้าจะทำอย่างไรเล่า?”
……
ต้าเป่าเงยหน้าถาม “ท่านย่า ท่านไม่กลัวใช้คืนไม่ไหวหรือขอรับ?”
เย่อวี๋หรานหัวเราะลูบผมของเขาพลางกล่าวว่า “จะใช้คืนไม่ไหวได้อย่างไร? พวกข้ากับพี่เป้าและนายท่านผู้เฒ่าซุนยังทำร้านอาหารร่วมกันอยู่ไม่ใช่หรือ? หากไม่ไหวจริง ๆ ก็ยังเอาเรือนใหม่ไปขายได้ เงินไม่กี่ร้อยตำลึงถึงอย่างไรก็รวบรวมได้ เพียงแต่เมื่อถึงยามนั้น ชีวิตย่อมลำบากเจ้าก็ต้องเตรียมตัวถูกคนกลั่นแกล้งให้ดี”
ต้าเป่านึกตามครู่หนึ่ง นึกย้อนกลับไปถึงยามที่ไม่มีอาหารให้กินอิ่มท้อง ไม่มีเสื้อผ้าอุ่น ๆ ให้สวมใส่ ทั้งยังไม่มีที่ให้นอน เขาพลันตัวสั่นเทา “น่ากลัวนักขอรับ!”
“ดังนั้นพวกเราต้องร่วมแรงกันไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นมา เข้าใจหรือไม่?”
ต้าเป่าตัดสินใจสิ่งหนึ่งในใจเงียบ ๆ ว่า ในอนาคตเขาต้องตั้งใจเรียนเพื่อสอบเป็นซิ่วไฉให้ได้ในเร็ววัน
เหม