บทที่ 676 พอไม่ใช่ลูกชายของตัวเองก็ไม่สนใจไยดี
เย่อวี๋หรานจ้องหลิ่วซื่อด้วยสายตาเย็นเยียบ ทำให้นางยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน แล้วหันมาขออภัยหมอชาวบ้าน
“ขออภัยด้วย ท่านหมอ ลูกสะใภ้ของข้าร้อนใจเกินไป ท่านอย่าเก็บคำพูดของนางมาใส่ใจเลย!”
หมอชาวบ้านย่อมไม่เก็บคำพูดของหลิ่วซื่อมาใส่ใจอยู่แล้ว แต่กลับเป็นท่าทางเกรงอกเกรงใจของเย่อวี๋หรานมากกว่าที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว
รู้สึกเหมือนนี่เป็นความเงียบสงบก่อนพายุใหญ่ หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้อาจมีเจตนาร้ายอันใดอยู่ก็ได้!
แต่จะให้เขาไม่สนใจแผลบนศีรษะของต้าเป่าเสียเลย มโนธรรมในใจก็ไม่อนุญาตให้เขาทำเช่นนั้น
เฮ้อ…
ได้แต่นึกทอดถอนใจ หมอชาวบ้านดูแผลต้าเป่าต่อไปอย่างไม่สบายใจนัก “ไม่เป็นไร เด็กสำคัญกว่า”
“ท่านทำแผลให้ต้าเป่าไปก่อน ส่วนเรื่องแผลเป็นค่อยว่ากันทีหลัง” เย่อวี๋หรานมีสีหน้านิ่งสงบ ปราศจากท่าทีร้อนใจ
หลิ่วซื่อได้ยินอย่างนั้นก็ร้อนใจ “แต่ว่าท่านแม่…”
เย่อวี๋หรานตวัดสายตาเย็นชามองมา หลิ่วซื่อนิ่งเงียบไปอีกครา
น้ำตารื้นขึ้นมาถึงขอบตานาง น้อยเนื้อต่ำใจสุดแสน
แม่สามีทำแบบนี้ได้อย่างไร?!
พอไม่ใช่ลูกชายของตัวเองก็ไม่สนใจไยดีสินะ?
ฮือ ๆๆๆ…นางรู้อยู่แล้วว่าแม่สามีเป็นพวกใจลำเอียง!
นางคิดไม่ออกเลยว่าถ้าต้าเป่าไม่อาจสอบเคอจวี่เพราะว่ามีแผลเป็น แล้วนางจะทำอย่างไรต่อไป
ราวกับว่าความฝันของนางพังทลายลงในทันทีทันใด ขณะที่คนที่ทำลายความฝันของนางไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็