นแม่สามี…เย่อวี๋หราน
ในใจพลันบังเกิดความเคียดแค้นขึ้นมา
แน่นอนว่าเย่อวี๋หรานไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมดนี้เลยสักนิด นางยังคอยถามวิธีดูแลแผลของต้าเป่ากับหมอชาวบ้านอย่างใส่ใจ
แม้วิชาแพทย์ของหมอชาวบ้านจะธรรมดาไปบ้าง แต่ต้องยอมรับว่าเขามีจรรยาบรรณในวิชาชีพอย่างสูง
เขาสามารถทำได้ถึงขั้นไหนก็บอกกล่าวต่อเย่อวี๋หรานตามความเป็นจริง ยกตัวอย่างเช่น “จูต้าเหนียง ข้าไม่ขอปิดบังท่าน แผลบนหัวของต้าเป่า ข้าอับจนปัญญาจริง ๆ ห้ามเลือดไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าจะให้ไม่เหลือรอยแผลเป็นไว้เลยนั้นออกจะเป็นไปได้ยาก ข้าคิดว่า ถ้าจูต้าเหนียงอยากให้แน่ใจกว่านี้ลองเข้าตำบลไปจะดีกว่า”
เย่อวี๋หรานพลันคิดถึงหมอไป๋หลี่ผู้นั้นขึ้นมา
นางไปโรงหมอไป่เย่าถังมาแล้วสองรอบ แต่ละครั้งก็ได้เจอ ‘ท่านหมอไป๋หลี่’ คราวละคน ครั้งแรกได้เจอหมอไป๋หลี่ผู้เฒ่า ครั้งที่สองซึ่งพาจูเอ้อร์กับหลิวซื่อเข้าตำบลไปหาหมอกลับได้พบหมอไป๋หลี่น้อย
แล้วก็เป็นหมอไป๋หลี่น้อยนี่เองที่จับชีพจรให้จูเอ้อร์เม่ยและวินิจฉัยว่านางถูกพิษทองคำดำ ทั้งยังให้ยาแก้พิษกลับมา
คนที่สามารถแก้พิษทองคำดำได้ หากจะรักษาแผลเล็ก ๆ บนหน้าผากของต้าเป่าคงไม่ใช่ปัญหาหรอกกระมัง?
หลิ่วซื่อคิดไม่ถึงว่าแม่สามียังคิดจะพาลูกชายไปหาหมอในตำบล ในแววตาพลันมีประกายความหวังขึ้นมารำไร “ท่านแม่ ข้าไป ข้าไปด้วยเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานไม่มีแก่ใจไปสนอีกฝ่าย จึงรับคำส่ง ๆ “อืม”
เนื่องจากเกวียนเทียมวัวของที่บ้าน