่ได้ยุ่งสักหน่อย” หลินซื่อรีบอธิบายว่า นางไม่ได้ตั้งใจเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ แต่เป็นเพราะหลี่ซื่อเข้าไปยุ่งแล้ว นางที่เป็นน้องสะใภ้คนหนึ่งจะไม่สนใจเสียเลยก็คงไม่ดี
นางก็ไม่ได้ทำอะไร แค่ตามหลังหลี่ซื่อไปเท่านั้น อีกฝ่ายทำอะไร นางก็ทำอย่างนั้น
“พวกเจ้าสบายใจได้ พี่เขยของพวกเจ้ารู้เรื่อง ข้าบอกเขาไปแล้ว” หลินซื่อว่า
หลินซื่อเม่ยค่อยโล่งอก แต่ก็ยังไม่วายกำชับ กลัวว่าคนบางคนจะทำเรื่องเลอะเลือนลงไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
ถึงตอนรับประทานมื้อเที่ยง เย่อวี๋หรานรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า สายตาที่หลิ่วซื่อมองมาทางนางไม่ค่อยถูกต้องนัก…ทั้ง ๆ ที่โมโหนาง แต่กลับไม่กล้าแสดงออกมา
เย่อวี๋หรานรักษาความเยือกเย็น ทำเหมือนมองไม่เห็น ควรทำสิ่งใดก็ทำสิ่งนั้น
กินข้าวเสร็จ อารมณ์ดีก็ไปดูพวกจูชี ต้าเป่า เอ้อร์เป่า ซานเป่า และซื่อเป่าอ่านตำรา เล่านิทาน
ตกกลางคืน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหลิ่วซื่อทะเลาะกับจูต้าอีกแล้ว
นางอยากลงไม้ลงมือ แต่จูต้าไม่สนใจนาง ผลักนางออกแล้วสวมรองเท้าเดินออกไปข้างนอก
“เจ้าจะไปไหน?”
หลิ่วซื่อล้มลงบนที่นอน ไม่เจ็บอะไร แต่ท่าทางทุลักทุเลอยู่บ้าง
“ไปคุยธุระกับเจ้าสาม”
ความจริงจูต้าตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าคืนนี้จะไม่กลับมานอนที่ห้อง แต่ไปนอนกับจูซาน
จูซานที่เห็นพี่ใหญ่มาหากะทันหัน “…”
ส่วนหลิ่วซื่อ ถึงจะพูดออกมาขนาดนี้แล้ว แต่นางก็ยังไม่ถึงขั้นบากหน้าไปเคาะประตูห้องจูซาน
คราวนี้ดียิ่ง จูต้าไปนอนเบียดบนเต