าทะเลาะกันเรื่องอะไร?”
……
เย่อวี๋หรานมองท่าทางซุบซิบเรื่องชาวบ้านของหลี่ซื่อแล้วก็ไร้คำจะพูด
แต่นางยังคงถามอย่างให้ความร่วมมือว่า “ทะเลาะกันเรื่องอะไรรึ?”
หลี่ซื่อแอบมองไปรอบ ๆ ยืนยันว่าไม่มีคนแล้วก็ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม นางกระซิบว่า “พี่สะใภ้ใหญ่อยากไปอยู่ดูแลต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าในสำนักศึกษาเจ้าค่ะ นางคิดว่าแบบนั้นดีต่อต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ามากกว่า”
“แค่นี้?” เย่อวี๋หรานขมวดคิ้วน้อย ๆ “ตอนมื้อเย็นเมื่อวานนี้ ทำไมนางไม่พูด? พวกเราเจรจากันเรียบร้อยแล้วนี่ว่าถึงตอนนั้นจะให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าอยู่ที่บ้าน แล้วให้เกวียนเทียมวัวไปรับไปส่ง?”
“อันนี้ข้าก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่พี่สะใภ้ใหญ่ทะเลาะกับพี่ใหญ่ก็เพราะเรื่องนี้”
“หลังจากนั้นเล่า?” เย่อวี๋หรานถาม
“หลังจากนั้นอะไรเจ้าคะ?”
“ทะเลาะกันจบก็ไม่มีอะไรแล้ว? หลังจากนั้นเล่า?”
“หลังจากนั้นพวกข้าเกลี้ยกล่อมพี่ใหญ่ได้แล้ว ให้พี่ใหญ่กลับไปนอนที่ห้อง ส่วนพี่สะใภ้ใหญ่…นางยังไม่พอใจเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อลอบสังเกตสีหน้าของเย่อวี๋หรานพลางเอ่ยว่า “ท่านแม่ พวกข้าเกลี้ยกล่อมไปแล้ว แต่ท่านก็รู้จักพี่สะใภ้ใหญ่ นางค่อนข้างหัวแข็ง ไม่รับฟังง่าย ๆ จึงเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หราน: ประโยคสุดท้ายถึงจะเป็นประเด็นสำคัญสินะ?
“ได้ตีกันไหม?” เย่อวี๋หรานถาม
หลี่ซื่อส่ายหน้า “ไม่เจ้าค่ะ ตอนพวกข้าเข้าไป เสื้อผ้าหน้าผมของพี่สะใภ้ใหญ่ยังเรียบร้อยดี พี่ใหญ่น่าจะไม่ได้