ลงไม้ลงมือ พี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่ได้พูดถึง”
“หลังจากนั้นพอเจ้าใหญ่กลับเข้าห้องไปแล้วยังทะเลาะกันอยู่ไหม?”
“ไม่แล้วเจ้าค่ะ หลังจากนั้นก็พักผ่อนกันแล้ว”
ถามจนถึงตอนท้าย หลี่ซื่อก็นึกสงสัยขึ้นมา ไฉนแม่สามีไม่ถามถึงประเด็นสำคัญ เอาแต่ถามถึงเรื่องไม่สำคัญพวกนี้ทำไม?
นางย่อมไม่ทราบว่า เย่อวี๋หรานมีความคิดอย่างอื่น
แม้นางจะรู้สึกเหนือความคาดหมายที่หลิ่วซื่อโวยวายเพราะเรื่องนี้ แต่ผู้หญิงคนนี้กล้ามีปากมีเสียงเฉพาะกับเจ้าใหญ่ แต่กลับไม่กล้ามาพูดต่อหน้านาง
เรื่องนี้ทำให้นางนึกถึงเรื่องตอนช่วงปีใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้ ตอนนั้นเพราะธรรมเนียมกลับบ้านเดิมของลูกสะใภ้ นางออกหน้าให้ครั้งหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าหลิ่วซื่อจะไม่รับน้ำใจ มิหนำซ้ำยังทำเหมือนแม่สามีอย่างนางยุ่งไม่เข้าเรื่องอีกต่างหาก
จนถึงตอนนี้ เย่อวี๋หรานนึกขึ้นมาคราใดก็ยังเคืองใจไม่หาย
ดี เจ้าไม่อยากให้ข้ายุ่งนัก ข้าไม่ยุ่งก็ได้!
คิดว่าข้าว่างเสียเต็มประดา ชอบไปยุ่งเรื่องคนอื่นมากนักหรือ?
“เอาล่ะ ข้ารู้แล้ว เจ้าไปทำธุระของเจ้าต่อเถอะ” เย่อวี๋หรานตัดสินใจได้แล้ว จึงบอกให้หลี่ซื่อจากไป
หลี่ซื่องงงัน “หา ท่านแม่ ท่านจะไม่จัดการเรื่องนี้หรือเจ้าคะ?”
“จัดการอะไร?” เย่อวี๋หรานกล่าวโดยที่เปลือกตาไม่ขยับ “พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าไม่ชอบให้ข้าไปยุ่งเรื่องของนาง ข้าก็ไม่อยากยุ่ง ปล่อยไปอย่างนี้แหละ นางอยากทำอะไรก็ทำ ขอแค่ไม่ตบตีกับเจ้าใหญ่จนมีใครตายก็พอ”
มุมปากของห