นคำพูดจงหรานก็ถอนหายใจนิดๆ สะเทือนใจอันที่จริงในมุมของหมอคนหนึ่งพวกเขาอยากจะช่วยผู้ป่วยจริงๆ
ไม่มีใครอยากช่วยเหลือผู้ป่วยมากไปกว่าพวกเขาแล้ว
แต่ในขณะเดียวกันถ้อยคำที่พวกเขาหวาดกลัวที่สุดคือ คำว่าขอโทษครับ!
คำที่ไม่อยากเอ่ยที่สุดก็คือพวกเราพยายามเต็มที่แล้ว
หลังจากปรับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งเฉินชางก้าวเดินไปทางห้องสังเกตอาการผู้ป่วยหลังจากเดินเข้าไปเขาเห็นหวังชิวหลิงนั่งอยู่บนเตียง
เด็กชายคนหนึ่งกำลังป้อนกล้วยหอมใส่ปากเธอส่วนเด็กสาววัยสิบหกจับมือผู้เป็นแม่ไว้บอกเธอว่าตรงนี้คือเตียงตรงนั้นคือตู้…
ส่วนสามียืนอยู่ข้างเตียงแววตาเปี่ยมความสงสาร หลายปีที่อยู่กับตนมาเธอต้องทำงานหนักทนลำบากมาตลอด!
เขากำลังคิดว่ารอให้ภรรยาดีขึ้นสักหน่อยจะออกไปขับรถหาเงินให้มากยิ่งขึ้นขั้นต่ำคือเจ็ดแปดพันหยวนต่อเดือนภรรยาจะได้ทำงานน้อยลงบ้าง
พอเห็นเฉินชางเดินเข้ามาสามีเอ่ยขึ้นทันที
“ผู้อำนวยการเฉินมาแล้ว!”
เฉินชางพยักหนารับจุกอกขึ้นมาเอ่ยถ้อยคำที่เรียบเรียงไว้เป็นอย่างดีไม่ออกเลยสักคำ
จังหวะนี้เด็กสาวเดินเข้ามาหาด้วยความดีใจเอ่ยกับเฉินชางว่า
“หมอเฉินคะคุณเก่งมากจริงๆ ค่ะ! เมื่อกี้แม่บอกว่าตาของแม่เริ่มมองเห็นแสงรำไรแล้ว!”
“หมอเฉินคะขอบคุณนะคะ!”
“โตขึ้นหนูก็อยากเป็นแบบหมอค่ะเป็นหมอที่เก่งกาจ!”
เฉินชางมองเห็นความหวังที่เปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของคนทั้งบ้านพลันละล้าละลังขึ้นมาเล็กน้อยเขา…ตอนนี้…เขาหวังให้ผู้ป่วยดีขึ้นได