้างรู้สึกผิด!
เขาไม่รู้ว่าควรจะบอกเธอดีหรือไม่ว่าเธอ…อาจจะมองไม่เห็นไปตลอดชีวิตที่เหลือ
ไมโทคอนเดรียที่เสียหายจากการสะสมตัวของกรดฟอร์มิกจะส่งให้ประสาทสายตาถูกทำลายเป็นเรื่องที่…ไม่อาจเลี่ยงได้!
กล่าวอีกอย่างคือ…ช่วยไม่ได้!
อาการตาบอดของผู้ป่วยอาจจะหมดทางเยียวยาแล้วหญิงวัยกลางคนอดถอนหายใจไม่ได้ “เฮ้อ ผู้อำนวยการเฉินพวกคุณทุกคนเก่งมากเลยค่ะ!”
“ชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเราไม่กล้าเจ็บป่วยเลยจริงๆ!”
“อายุสี่สิบมีพ่อแม่ต้องดูแลมีลูกต้องเลี้ยงดู”
“ถ้าเป็นอะไรไปสักคนจะเกิดปัญหาขึ้นแน่นอน”
“ครอบครัวนี้เปรียบเสมือนสายพานลำเลียงเส้นหนึ่งถ้าตรงไหนติดขัดขึ้นมาจะชะงักไปหมด”
“แม่สามีของฉันอายุแปดสิบเอ็ดแล้วปีก่อนเพิ่งตรวจเจอมะเร็งต้องไปทำคีโมทุกเดือน…”
“เฮ้อ ฉันไม่อยากร้องไห้เลยหลังจากฉันมองไม่เห็นฉันกลัวมากเลยค่ะ…”
หญิงวัยกลางคนรับรู้ได้ว่าเฉินชางยืนอยู่ข้างกายจึงอดระบายออกมาไม่ได้แต่พอได้ยินคำพูดของหญิงวัยกลางคนเฉินชางก็ทรมานใจมากเช่นกันเวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมงผลตรวจถูกนำกลับมา
ฉินหยาลี่เอ่ยกับเฉินชางว่า “ศาสตราจารย์เฉินคะผลการทดสอบหากรดฟอร์มิกเป็นบวกค่ะ! แถมยังมี…มีปริมาณค่อนข้างสูงด้วย”
เฉินชางได้ยินแล้วมีหลากหลายอารมณ์ปนกันไป!
เรื่องแบบไหนที่ทำให้คนเป็นหมอจนปัญญาน่ะหรือ
ก็เรื่องอย่างที่อยู่ต่อหน้าคนไข้แล้วคุณอยากช่วยอีกฝ่ายมากทว่าไร้กำลังจะช่วยเหลือได้เฉินชางเก่งมากแล้วจริงๆในคนรุ่นหนุ่มสาวหรือ