คด้วยยกตัวอย่างเช่นเมทานอล!
เฉินชางนึกเชื่อมไปถึงการถูกพิษจากเมทานอลได้
ขบคิดอยู่ครู่หนึ่งจู่ๆ เฉินชางก็โพล่งออกมาว่า “ใช่แล้วผมรู้แล้วว่าเพราะอะไร!”
“ส่วนประกอบของเมทานอลในกระบวนการสร้างและย่อยสลายในร่างกายคือฟอร์มาลดีไฮด์[1]กับกรดฟอร์มิก[2]!”
“ฟอร์มาลดีไฮด์จะย่อยสลายในร่างกายเร็วมากสะสมตัวน้อยมากแต่กรดฟอร์มิกต่างออกไปการย่อยสลายของกรดฟอร์มิกใช้เวลายาวนานครึ่งชีวิต[3] สะสมในร่างกายได้ง่าย”
“พอเป็นแบบนี้เมื่อกรดฟอร์มิกสะสมตัวจะเกิดภาวะเป็นกรดรวมถึงทำลายไมโทคอนเดรีย[4]!”
“เมื่อไมโทคอนเดรียเสียหายมีโอกาสสูงที่จะส่งผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานของเซลล์ประสาทจากนั้นจะส่งผลให้ตามองไม่เห็น!”
“ผู้ป่วยมีอาการมาระยะหนึ่งแล้วส่วนเมทานอลก็ตรวจพบได้ยากมากอยู่แล้วรีบไปทดสอบหากรดฟอร์มิกเถอะครับ”
พอได้ยินเฉินชางเอ่ยเช่นนี้
ทั้งห้องล้วนตะลึงงันกันไปหมด!
แบบนี้…ค่อนข้างน่าทึ่งจริงๆ ศาสตราจารย์เฉิน…สุดยอดมากทำไมถึงรู้ไปหมดเลยล่ะแม้แต่กระบวนการย่อยสลายของเมทานอลในร่างกายก็รู้ชัดเจนทุกอย่างงั้นหรือ
พอคิดมาถึงตรงนี้ทุกคนถึงขั้นกลัวขึ้นมาแล้วการแพทย์…แบบนี้ไม่ยากเกินไปหน่อยหรือ
ไม่ใช่แค่ต้องเก่งในด้านอายุรศาสตร์เท่านั้นแต่ต้องเก่งด้านชีวเคมีด้วย!
ไม่อย่างนั้นการวินิจฉัยโรคนี้ในทางคลินิกจะยากมากชั่วขณะนั้น!
ทุกคนเริ่มรอคอยอย่างจดจ่อ!
แต่เฉินชางกลับค่อนข้างกังวลแล้วเขาตบหลังมือผู้ป่วยค่อนข้างโทษตัวเองและค่อนข