่างระมัดระวังยิ่ง กลัวว่าหลิ่วซื่อที่อยู่ในห้องจะได้ยิน
หลี่ซื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกังวลเรื่องอะไร จึงลดเสียงลงอย่างใส่ใจแล้วกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าถ้าข้าไม่พูด เรื่องนี้ก็จะจบอย่างนั้นรึ? โวยวายครั้งเดียวไม่สำเร็จ ไม่แน่ว่าอาจมีครั้งที่สองตามมา…เจ้าอยากอยู่ดีไม่ว่าดีก็ต้องลุกขึ้นมาฟังพวกพี่สะใภ้ใหญ่ทะเลาะกันกลางดึกกลางดื่นอย่างนั้นรึ?”
“อึก ไม่อยากเจ้าค่ะ” หลินซื่อส่ายหัว
ตอนนี้เป็นช่วงฤดูกาลทำนา มีงานล้นมือ ใครจะไปอยากไปฟังพวกพี่สะใภ้ใหญ่ทะเลาะกัน?
พี่สะใภ้ใหญ่ไม่อยากพักผ่อน แต่นางยังอยากพักผ่อนอยู่นะ
“นั่นก็ใช่แล้ว เรื่องที่จะช้าหรือเร็วก็ต้องพูด ยังคงพูดเร็วหน่อยจะดีกว่า”
“แล้วคราวก่อน ทำไมท่านไม่เห็นจะยุ่งเลยเจ้าคะ?”
“นั่นไม่เหมือนกัน” เรื่องคราวก่อนแค่ทะเลาะกันก็จบแล้ว พี่สะใภ้ใหญ่เองก็ไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปถึงแม่สามี แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน คราวนี้พี่สะใภ้ใหญ่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องให้เรื่องไปถึงแม่สามี
ต่อให้ครั้งนี้พวกนางไม่เข้ามายุ่ง ครั้งหน้าก็ต้องลุกลามไปถึงแม่สามีอยู่ดี แล้วทำไมจะต้องทรมานตัวเองด้วย?
ช่วยผลักดันให้พี่สะใภ้ใหญ่ได้สมหวังโดยไว ส่งเรื่องไปถึงแม่สามี พวกนางก็จะได้สบายเร็วขึ้นหน่อย
พวกนางกลับเข้าห้องตัวเองได้ไม่นาน จูซื่อกับจูอู่ก็กลับมา
หลินซื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้จูอู่ฟังเสียงเบา จูอู่ชมเชยว่านางทำได้ดี บอกให้นางทำแบบนี้ต่อไป
หลินซื่อได้ยินเช่นนั้นก็ปลื้มใจจ