่นป่วนหนักผนวกกับการเป็นไข้การรักษาประคองอาการจึงเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
ตอนนี้เสี่ยวหนานก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกันเฉินชางก้มมองเสี่ยวหนานที่น้ำตาคลอหางตารู้ว่าเด็กคนนี้กลัวจริงๆ!
บางครั้งเป็นพี่ชายก็ต้องมีใจรับผิดชอบจริงๆ
โชคดีที่เขตที่อยู่อาศัยอยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาลมากหลังมาถึงเฉินชางก็จัดแจงเก็บเลือดไปตรวจผลแล็บอย่างรวดเร็วผลการตรวจความสมบูรณ์ของเลือดก็ออกมาค่อนข้างไวตอนที่ได้ผลแล็บมาเขาก็ถอนหายใจโล่งอก
โชคดีที่ไม่มีแบคทีเรียในกระแสเลือดและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในเมื่อเป็นแบบนี้รักษาตามปกติก็พอแล้วไม่ต้องห่วงมาก
พ่อแม่เด็กรออย่างร้อนใจนานมากหลังเห็นเฉินชางออกมาที่โถงใหญ่ก็รีบวิ่งเข้ามาหา “คุณหมอเฉินไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”
เฉินชางพยักหน้า “ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ครับ”
“แต่อาจต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งในการพยากรณ์โรค”
“จุลินทรีย์ในลำไส้ของเด็กเล็กยังมีภูมิต้านทานไม่มากถึงแม้ผ่านความทรมานครั้งนี้ไปจะโชคดีไม่เป็นไรแต่ช่วงนี้ต้องให้อาหารเหลวย่อยง่ายหรือไมก็อาหารเครื่องดื่มกึ่งเหลวรออาการดีขึ้นแล้วถึงค่อยๆกลับมากินอาหารปกติครับ”
“ได้ครับ/ค่ะ!” ในที่สุดจิตใจที่ระส่ำระสายของพ่อแม่เด็กก็สงบลง “ไม่เป็นไรก็ดีแล้วตกใจแทบแย่แนะ”
หลังพูดจบก็ปาดน้ำตาที่หางตาบอกตามตรงสำหรับพ่อแม่แล้วพวกเขาห่วงลูกมากกว่าเวลาตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วยเสียอีก
ทั้งสามคนเดินไปที่ห้องผู้ป่วยด้วยกันกลับเห็นว่าเสี่ยวหนานนั่งอยู่บนเตียงพูดเองเอ