ตกกลางคืนเฉินชางนอนบนเตียงทบทวนเรื่องในวันนี้ ทำยังไงดี ไปขอเงินจากภาครัฐได้ไหม หรือไปหารัฐมนตรีเสี่ยวดี ไปคุยกับเฉาอวี่ไม่ได้จริงๆ นะเหรอ แต่ว่านี่ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย
ก็อย่างที่พูดกันไปก่อนหน้านี้ งบประมาณการแพทย์ของประเทศมีจำกัด มอบทุกอย่างให้คนเพียงคนเดียวไม่ได้ อีกอย่างภาครัฐก็เพิ่งก่อตั้งศูนย์วินิจฉัยโรคพาร์กินสันขึ้น ภาครัฐทุ่มทุนมหาศาลให้กับโครงการนี้แล้ว การก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ต้องใช้เงินไม่น้อย
งบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขก็มีจำกัด ไม่อย่างนั้นจะไปหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหนล่ะ หากว่า… ตนวิจัยทฤษฎีไม่ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อแอนติเจนของตนเอง รวมถึงวิจัยตัวยาใหม่สำหรับโรคพาร์กินสัน รัฐมนตรีเสี่ยวจะคร่ำครวญถึงความลำบากด้านการเงินกับเขาไหมนะ!
ทำยังไงดี หรือว่าจะออกเงินเอง พอคิดมาถึงตรงนี้เฉินชางรีบส่ายหน้าทันที ตอนนี้ตนจนกรอบแล้ว ถ้าออกเงินอีกก็เท่ากับรนหาที่
ตกดึกหลังจากฉินเยว่อาบน้ำขึ้นเตียงเรียบร้อย เฉินชางก็ไม่ขบคิดถึงปัญหานี้อีกต่อไป เนื่องจากสายตาและความสนใจของเฉินชางถูกฉินเยว่ดึงดูดไปหมด เฉินชางนอนบนเตียงจู่ๆ ก็เอ่ยโพลงออกมา “ที่รัก… หลังจากพวกเราแต่งงานกันฉันโง่ลง!”
ฉินเยว่หยิกแก้มเฉินชางด้วยความฉงน “ก็ไม่นี่ ฉันรู้สึกว่านายฉลาดขึ้นเรื่อยๆ นะ!”
เฉินชางส่ายหน้า “เธอรู้ไหมทำไมจูกัดเหลียงถึงฉลาดขนาดนั้น”
ฉินเยว่ตอบ “ศึกษาจนรอบรู้เหรอ”
เฉินชางพยักหน้ารับ “ใช่! เธอรู้