จางมู่มองชายที่เปิดประตูเข้ามา อดลุกไม่ได้
“ศาสตราจารย์อวี๋ นายมาได้ยังไง”
อวี๋ซวงหย่งยืนอยู่ตรงนั้น มองจางมู่เล็กน้อย พยักหน้าให้ “บังเอิญผ่านมาพอดี เลยถึงโอกาสเข้ามาดู”
เวลานี้เฉินชางก็หันมาแล้วเช่นกัน ชายคนนี้ดูน่าเกรงขามกว่าจางมู่อยู่หลายส่วน
เขาสวมชุดสูทพอดีตัว ใส่รองเท้าหนัง หิ้วกระเป๋าหนังใบหนึ่ง มีมาดนักธุรกิจมาก
เฉินชางพินิจดูชายคนนี้ อวี๋ซวงหย่งก็พิจารณาเฉินชางอยู่เช่นกัน
ทั้งสองสบตากัน
อวี๋ซวงหย่งเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “คุณเลี้ยงเขาได้เหรอ”
“ทีมนี้มีสี่ร้อยกว่าชีวิต ไม่ใช่สี่สิบกว่า รายได้ประจำปีของแค่ละคนเฉลี่ยแล้วสามแสนหยวนต่อปี ซึ่งเป็นเงินทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบล้านหยวนต่อปี!”
“ทำวิจัยก็ต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอ คุณรู้ไหมว่าค่าใช้จ่ายสำหรับทำวิจัยในแต่ละวันของคนสี่ร้อยคนมันมากขนาดไหน”
“คุณคงไม่รู้สินะ ได้ ผมจะบอกคุณเอง อ้างอิงตามการคิดค้นตัวยาสำหรับโรคพาร์กินสันของคุณ ต้องใช้ห้องปฏิบัติการที่มีความปลอดภัยด้านชีวภาพอย่างน้อยระดับสองหรือระดับสามขึ้นไป คำนวณจากทรัพยากรเสื่อมสภาพและสัตว์ทดลองในแต่ละวัน…ตลอดจนค่าใช้จ่ายกำจัดขยะเบ็ดเตล็ดแล้ว หนึ่งวันใช้เงินอย่างต่ำก็หลักล้านแล้ว คุณจ่