ินใจ เขายังคงเลือกโทรหาเลี่ยวรุนฟางด้วยตัวเอง ซักถามเรื่องนี้เล็กน้อย เลี่ยวรุนฟางก็ถอนหายใจเช่นกัน “ปีนี้ใช้งบประมาณไปไม่น้อยแล้ว อีกอย่างมีปัญหาต้องจัดการอีกหลายอย่าง สถาบันวิจัยใหญ่โตระดับนี้ไม่ใช่บอกจะสร้างก็สร้างได้เลย”
“ส่วนฐานวิจัยเดิมก็อนุมัติให้โครงการมุ่งเน้นคิดค้นยาชนิดใหม่สำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจไปแล้ว”
หลังจากวางสายแล้วเฉินชางกัดฟันกดโทรหาเฉาอวี่ต่อ จากนั้นก็โทรหาฉีเหลียนซานผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนต่อ หลังจากวางสายเรียบร้อย เฉินชางอดเอนหลังพิงพนักไม่ได้ ถอนหายใจอย่างค่อนข้างหดหู่! ทำไมถึงได้ยากขนาดนี้นะ
จู่ๆ ประโยคหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวเขา! ‘เป็นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาเหล่าผู้คน แผ่กิ่งป้องปราชญ์ยากจนให้พ้นโศก!’ ประโยคนี้เด่นชัดเป็นรูปธรรมเหลือเกิน ใครจะเป็นให้ฉันได้…
เฉินชางเพิ่งคิดไปหยกๆ เสียงเขาก็แว่วขึ้นมา “เสี่ยวเฉิน ฉันขงเสี่ยงหมิงนะ”
เสียงที่ลอดออกมาจากมือถือคือเสียงทุ้มหนักของขงเสี่ยงหมิง “เจอปัญหาแล้วละสิ” ขงเสี่ยงหมิงอดหัวเราะไม่ได้เอ่ยถามไป
เฉินชางได้ยินคำพูดขงเสี่ยงหมิงก็ตะลึงไปเล็กน้อย “ลุงขง ผม… คุณรู้ได้ยังไงครับ”
ขงเสี่ยงหมิงหัวเราะ “เมื่อกี้รัฐมนตรีเลี่ยวโทรมาคุยกับฉันแล้ว เรื่องนี้นะนายอย่าเคืองพวกรัฐมนตรีเลี่ยวเลย ถึงยังไงก็มีโครงการต้องดูแลตั้งมากมาย มีเงินจำกัด”
เฉินชางตอบรับ “ครับ ไม่เป็นไรครับลุงขง”
ขณะที่เฉินชางคิดว่าขงเสี่ยงหมิงแค่อยากจะปลอ