กอ่านตำราพวกนั้น อยากเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แล้วจะไปหาจากที่ไหนล่ะขอรับ?”
เหตุผลข้อนี้สั่นคลอนจิตใจของจูชีอย่างรุนแรง
จริงด้วย โจวเสวียมีของดีมากมายขนาดนั้น ถ้าเขาไปแล้ว เขาอ่านเพียงรอบเดียวก็สามารถจดบันทึกจากความทรงจำ นำมาสอนต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าได้ด้วยน่ะสิ
แต่ถ้าเขาไม่ไปก็น่าเสียดายแย่
คนสกุลจูคงไม่มีใครคาดคิดว่า สุดท้ายแล้วคนที่เกลี้ยกล่อมจูชีให้ตัดสินใจได้สำเร็จกลับเป็นต้าเป่าและเอ้อร์เป่า
ดังนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่เย่อวี๋หรานได้ยินจูชีบอกว่าเขาอยากไปเรียนที่โจวเสวีย แม้จะไม่ได้ประหลาดใจนัก แต่นางแปลกใจมากกว่าที่เขาตัดสินใจได้เร็วเช่นนี้
“เพราะที่นั่นมีตำราและอาจารย์มากมาย”
“ตำรา? อาจารย์?” เย่อวี๋หรานไม่เข้าใจ
จูชีจึงอธิบาย
เมื่อเย่อวี๋หรานได้ยินจูชีบอกว่า เขาอยากไปโจวเสวีย ไม่ใช่เพราะอยากสอบเป็นจวี่เหริน แต่เพราะเห็นแก่ตำราและอาจารย์เก่ง ๆ ของที่นั่น มุมปากก็ต้องกระตุกยิบ
ช่างเป็นเหตุผลที่ยิ่งใหญ่ทีเดียว!
แม้แต่นางเองก็ไม่รู้ว่าควรโต้แย้งอย่างไร
“ท่านแม่ ได้ไหมขอรับ?” จูชีเห็นเย่อวี๋หรานไม่พูดจาอยู่เป็นนาน ยังนึกว่าเย่อวี๋หรานไม่เห็นด้วยที่เขาจะไป จึงอดกังวลใจไม่ได้
“ได้สิ!” เย่อวี๋หรานไม่ได้คัดค้านความคิดของจูชี นางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “แม่เคารพในการตัดสินใจของเจ้า ก็เหมือนที่แม่พูดไว้ แม่หวังว่า ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจเลือกแบบไหน เจ้าก็จะไม่เสียใจทีหลัง ตรงนี้จึงสำคัญที่สุด”