เป่ากล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ “ในเมื่อท่านใช้เวลาอยู่กับพวกข้ามากที่สุด คนที่เข้าใจพวกข้าดีที่สุดก็คือท่านไม่ใช่หรือ? พ่อข้าอาจเป็นห่วงข้ากับเอ้อร์เป่า แต่ท่านพ่อไม่ได้รู้จักพวกข้าดีเท่ากับท่าน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าข้ากับเอ้อร์เป่าทำเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเองได้ตั้งนานแล้ว?”
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ
เมื่อเป็นเช่นนี้ จูชีก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
ยามปกติต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ามักจะแบ่งปันความลับเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้แค่กับเขา ขณะที่พวกผู้ใหญ่ไม่เคยล่วงรู้
เขารู้สึกว่าต้าเป่ากล่าวได้ถูกต้องอย่างมาก!
“จะไม่เป็นไร…จริง ๆ หรือ?” จูชีถาม “พวกเจ้านอนคนเดียวไม่กลัวความมืด?”
“ฮ่า ๆๆๆ…อาเล็ก พวกข้ามีกันสองคน ไม่กลัวหรอกขอรับ” เอ้อร์เป่าได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะขึ้นมา
“อาเล็ก ท่านยังลืมเรื่องสำคัญไปอีกอย่าง” ต้าเป่าจับจ้องจูชีพลางกล่าวว่า “เมื่อครู่นี้ข้าก็พูดไปแล้ว ที่โจวเสวียมีตำราใหม่ ๆ มากมาย มีอาจารย์หลายท่าน สิ่งเหล่านี้หาไม่ได้ที่สำนักศึกษาของอาจารย์เสินนะขอรับ ถ้าอาเล็กไม่ไป พวกข้าก็เสียประโยชน์น่ะสิ”
“เสียประโยชน์?” จูชีไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
ต้าเป่าจึงอธิบายว่า “จะไม่เสียประโยชน์ได้อย่างไรขอรับ? อาเล็กมีความจำดีปานนั้น เห็นครั้งเดียวก็จำได้หมดแล้ว ถ้าท่านอ่านตำราทั้งหมดในโจวเสวียแล้วจดบันทึกเอาไว้ บ้านพวกเราก็จะได้ตำรามากมายโดยไม่จำเป็นต้องไปซื้อมาเลยไม่ใช่หรือขอรับ? แต่ถ้าอาเล็กไม่ไป ถ้าพวกข้าอยา