เบลผมอยากได้ตอนไหนก็ได้หรือ!”
อู๋ถงฝู่ส่ายหน้า “ไม่ใช่ ผมคิดว่า…ถ้าคุณอยากได้รางวัลโนเบลจริงๆ จะได้ตอนไหนก็ได้จริงๆ!”
คำพูดนี้ของอู๋ถงฝู่กลับทำให้เฉินชางกระอักกระอ่วนขึ้นมา!
“จริงสิ ผู้อำนวยการอู๋ คุณมีธุระอะไรหรือครับ”
อู๋ถงฝู่ยิ้มบอก “มีลูกของเพื่อนผมคนหนึ่ง ผมให้เขาไปรายงานตัวที่แผนกฉุกเฉินที่หก เขาเป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่เรียนที่อเมริกา เคยเป็นแพทย์องค์การแพทย์ไร้พรมแดนมาหลายปี ตัวเขาก็เป็นแพทย์ฉุกเฉินเหมือนกัน
คุณช่วยดูแลเขาหน่อย ดูว่าเด็กคนนี้เป็นยังไงบ้าง”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ “แพทย์องค์การแพทย์ไร้พรมแดน แถมยังอยู่แผนกฉุกเฉินด้วย ได้สิครับ!
ผู้อำนวยการอู๋ คุณไม่กลัวผมลักพาตัวเขาไปหรือ”
อู๋ถงฝู่ได้ยินดังนั้นก็พลันหัวเราะ “ถ้าคุณชอบ ยกให้คุณก็ได้
จริงสิ เขาชื่อเติ้งหมิง อายุ 31 ปี”
เฉินชางพยักหน้าแล้ววางสาย
จากนั้นลุกไปที่ห้องทำงานแพทย์ เห็นหน้าใหม่อยู่จริงๆ
เติ้งหมิงค่อนข้างผอม กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน ดูเบื่อหน่ายมาก
เฉินชางค่อนข้างชื่นชมแพทย์ในองค์การแพทย์ไร้พรมแดน
อย่างไรเสียแพทย์องค์การแพทย์ไร้พรมแดงก็มักปรากฏตัวในพื้นที่ที่อันตราย วุ่นวาย หรือในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบั