กับเฉินชาง แต่พอเขาเห็นสีหน้าจริงจังของเฉินชางก็อยากถามอย่างจริงจังว่าคุณแน่ใจนะว่าไม่ได้มาเกรียน
ใช่แล้ว! แม้แต่ผู้นำยังขำกับคำพูดของเฉินชาง ชี้เฉินชางและด่าพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าหมอนี่…”
เฉินชางยิ้มเก้อเขิน
“รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ อยากทำ ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ
มิตรภาพจีน-อังกฤษ ยังไม่ถึงขั้นต้องให้เจ้าชายน้อยคนหนึ่งมาควบคุม
แต่… ถ้าคุณทำได้จะถือเป็นคุณงามความดีของคุณ!
รีบกลับไปเถอะ ที่นี่ไม่มีข้าวให้กินหรอกนะ”
จู่ๆ เฉินชางก็พบว่าที่แท้พวกผู้นำในโทรทัศน์ก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่เป็นคนแก่ที่มีเลือดมีเนื้อเหมือนคนทั่วไป
คำพูดของผู้นำทำให้ทุกคนอดขำไม่ได้ เฉินชางหัวเราะไม่ได้ร้องไหไม่ออก
หลังจากบอกลาทุกคนก็รีบกลับ เลี่ยวรุนฟางมองแผ่นหลังของเฉินชางอย่างชื่นชม
น้อยมากที่ผู้นำจะล้อเล่นแบบนี้กับใคร เลี่ยวรุนฟางมีปฏิสัมพันธ์กับผู้นำมานาน ย่อมรู้ว่าแม้ตอนผู้นำอยู่กับลูกของตัวเองยังน้อยมากที่จะทำแบบนี้
อย่าว่าแต่เลี่ยวรุนฟางเลย พวกหงจี้มองแผ่นหลังที่เดินจากไปของเฉินชางก็สะเทือนใจและอิจฉาเช่นกัน
วันถัดมาเฉินชางมาถึงโรงพยาบาลแต่เช้า หงจี้พาเฉินชางไปพบวิลเลียม
วิลเลียมเห็นเฉินชางเดินเข้ามาก็ตาเป็นประกายทันที “สวัสดีครับ ศาสตราจารย์เฉิน!”
เฉินชางยังไม่ทันได้พูดอะไร วิลเลียมก็รีบพูดว่า
“ผมได้ยินว่าคุณมีโอกาสรักษาโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าของผม ช่วยผมด้วยนะครับ!”
สายตาของวิลเลียมก็เหมือนคนไข้ส่วนใหญ่ หลัง