่ๆ มาสลบในประเทศจีน ย่อมต้องระดมกำลังถวายการรักษาทันที
เฉินชางเปลี่ยนชุดเดินเข้าสู่ห้องผ่าตัด ตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งยืนห้อมล้อมในห้องผ่าตัด
ผู้อาวุโสหงจี่ปีนี้อายุเจ็ดสิบแล้ว แต่กลับยืนในตำแหน่งของศัลยแพทย์หลัก เฉินชางเห็นฉากนี้ก็อดตะลึงไม่ได้ ผู้อาวุโสท่านนี้ลงสนามด้วยตัวเอง เกิดอะไรขึ้นกันแน่
พยาบาลเห็นเฉินชางมาถึงแล้วก็รีบเข้ามาช่วยสวมชุดผ่าตัด ในห้องมีคนเยอะมาก ทุกคนกำลังปรึกษาเคสกันอยู่ หลังจากหงจี่เห็นเฉินชางก็เป็นฝ่ายเอ่ยทักก่อน
“ศาสตราจารย์เฉินมาแล้ว!” เฉินชางผงกหัว “สวัสดีครับหัวหน้าหง”
พอได้ยินเสียงหงจี่ เหล่าศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งห้องก็หันมามองเฉินชางแวบหนึ่ง พยักหน้าทักทาย เฉินชางเห็นคนคุ้นเคย เซวียเจิงเริ่นและหยางหมิงก็อยู่ในห้องด้วย
เห็นทีว่าทุกคนในห้องอาจจะเป็นคนใหญ่คนโตทั้งสิ้น
อยู่ระหว่างดำเนินการผ่าตัด เฉินชางไม่ได้แทรกตัวเข้าไป แต่ยืนมองอยู่ห่างๆ
ตอนนี้ผู้ป่วยนอนเอนตะแคงอยู่บนเตียง เวลานี้บริเวณใต้ท้ายทอยและปุ่มหลังกกหูของผู้ป่วยถูกกรีดเปิดผิวหนังความยาว 2 cm
เนื้อเยื่อรอบข้างถูกคีบจับยืดไว้ จากนั้นก็เปิดช่องกะโหลก รวมถึงเผยภาพภายในกะโหลกออกมา
นี่มันการผ่าตัดอะไรกัน เฉินชางไม่ค่อยเข้าใจ เซวียเจิงเริ่นเดินอ้อมกลุ่มคนออกมาเดินเข้ามาหาเฉินชางเอ่ยทักก่อน
“นายก็มาเหรอ! การผ่าตัดเคสนี้วุ่นวายเชียวล่ะ!”
เฉินชางถามด้วยความสงสัย “นี่คือเจ้าชายวิลเลียมคนนั้นเหรอครับ” เซ