อันที่จริงกงไต้เจินไม่ใช่หมอธรรมดาๆ อยู่แล้วถึงอย่างไรเวชศาสตร์ความงามก็ไม่ใช่ว่าจะเดินเข้าไปทำในโรงพยาบาลได้ดังนั้น ตัวเธอจึงเปิดคลินิกศัลยกรรมตกแต่งในเมืองหลวง มีสถาบันศัลยกรรมตกแต่งระดับไฮเอนด์ แม้แต่ลูกศิษย์ของเธอก็ก่อตั้งสถาบันศัลยกรรมตกแต่งของตัวเองขึ้นเช่นกันเฉินชางจำ ได้ดีว่าแอนนี่และอันจิ้งจากคลินิกศัลยกรรมตกแต่งแอนนี่เป็นลูกศิษย์ของกงไต้เจินทั้งคู่จะว่าไปแล้ว เขากับกงไต้เจินก็เป็นประเภทที่เรียกได้ว่าไม่ทะเลาะไม่รู้จักกงไต้เจินมีวิสัยทัศน์เฉพาะตัวในแง่ของการตลาดและการเสริมความงามเธอเอ่ยอย่างจริงจังว่า “อาจารย์ สถาบันศัลยกรรมตกแต่งในประเทศเราตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นกระแสจากเกาหลี ฉันคิดว่าตอนนี้พวกเราก่อตั้งแบรนด์ส่วนตัวที่เป็นเอกเทศได้แล้วไม่ว่าจะเป็นตั้งเป้ากลุ่มไฮเอนด์ หรือว่าเจาะตลาดพวกเรามีศักยภาพมากพอที่จะบุกเบิกค่ะ!”พูดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ กงไต้เจินก็โพล่งขึ้นว่า“ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีเสี้ยวเคยพูดคุยกับฉันแล้ว ภาครัฐก็เข้าใจสถานการณ์ที่ไม่อาจดำเนินเวชศาสตร์ความงามในโรงพยาบาลได้ปีหน้าทางรัฐจะเริ่มตรวจสอบสถานบันศัลยกรรมตกแต่ง เมื่อถึงเวลานั้น…สถาบันเวชศาสตร์ความงามจะต้องได้มาตรฐานตามท้องตลาด ถึงขั้นที่กลุ่มโรคพิเศษบางส่วนยังใช้บัตรประกันสุขภาพได้ด้วย”พอเฉินชางได้ยินประโยคนี้ก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที!สถาบันศัลยกรรมตกแต่งจะถูกปฏิรูปงั้นเหรอแถมจะเพิ่มโรคทางเวชาศาสตร์ความงามบางอย่า