ดินออกไป จี๋หรูอวิ่นขยับเข้าหาฉินเยว่พลางกระซิบกระซาบ “เยวเยว ลูกฟังแม่นะ คุยกับเขาดีๆ เรียนหมอก็ลำบากขนาดนั้นแล้ว พวกลูกยังอายุน้อย อย่าทำงานหนักขนาดนี้เลย! เฉินชางยอดเยี่ยมขนาดนี้แถมยังขยันขนาดนี้ แม่เห็นแล้วปวดใจเหลือเกิน!”
เหล่าฉินเป็นคนปากเสีย ถึงอุ่นน้ำแกงไก่อยู่ก็ยังเอ่ยแทรกเข้ามา “แบบนี้เรียกว่ามีอุดมการณ์และความฝักใฝ่ต่างหาก ผู้หญิงขี้ใจอ่อนอย่างพวกคุณน่ะไม่เข้าใจหรอก! เฉินชางกำลังสร้างคุณูปการแก่ประเทศชาติและประชาชนนะ…”
จี๋หรูอวิ่นถลึงตาใส่ทีหนึ่ง เหล่าฉินเงียบปากทันที ได้แต่ยืนอยู่ริมต่างอย่างจนปัญญาเฝ้ารอการกลับมาของเฉินชาง เสมือนหญิงสาวที่เฝ้ารอสามี จี๋หรูอวิ่นมองฉินเยว่ “พวกลูกสองคนนะ ต้องใช้ชีวิตวัยหนุ่มสาวของตัวเองให้ดี เสพสุขกับชีวิต รักษาสมดุลการทำงานกับการพักผ่อนด้วย! แม่ไม่ได้จะบอกว่าการมีอุดมการณ์เป็นเรื่องไม่ดี ยังไงก็ตาม… ต้องมีอายุยืนยาวถึงจะมีโอกาสสร้างคุณูปการเพิ่มมากขึ้น ลูกว่าใช่หรือเปล่าล่ะ”
หลังพูดจบ จี๋หรูอวิ่นลดเสียงลง “จริงสิ เยวเยว ลูกนะ…” ระหว่างพูด จี๋หรูอวิ่นลูบหน้าท้องฉินเยว่ไปด้วย ฉินเยว่หน้าแดงทันที ดันมือของเธอออกไป “แม่! ใจร้อนไปไหนคะ! ของดีก็ต้องรอนานหน่อย!”
จี๋หรูอวิ่นได้ยินก็ยิ้มพลางเอ่ยว่า “จ้ะๆ แม่แค่เตือนเท่านั้น ลูกจะจริงจังทำไม” ฉินเยว่หัวเราะคิกคักเอ่ยไปว่า “ไม่แน่หนูอาจจะตั้งท้องเด็กแบบนาจาก็ได้!” จี๋หรูอวิ่นกลอกตาใส่ “แบบนั้นคลอด