ออกมาก็ตั้งชื่อว่าเทอราโตมาเถอะ!”
ผ่านไปสักพักเฉินชางกลับมาถึงแล้ว หลังจากเปิดประตูเข้ามา จี๋หรูอวิ่นก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “กลับมาแล้วเหรอ วันนี้เหนื่อยแย่เลยใช่ไหม!” เฉินชางยิ้มให้ “ไม่เหนื่อยหรอกครับแม่”
ฉินเยว่ยยกอาหารออกมาให้เฉินชาง “ไปล้างมือแล้วมากินข้าวก่อนเถอะ พ่อฉันเห็นว่านายทำงานหนักเลยตุ๋นน้ำแกงไก่ไว้ให้นาย” เหล่าฉินถูกชมแบบนี้ก็ค่อนข้างเขินอาย “เอ้อ แม่เยวเยวตุ๋นไว้น่ะ ฉันแค่ไปอุ่นให้”
เฉินชางพยักหน้ารับ มองกับข้าวร้อนฉุยบนโต๊ะ จิตใจที่เหนื่อยล้าผ่อนคลายลง อาจเป็นเพราะที่นี่คือบ้าน หลังกินข้าวเสร็จฉินเยว่กับจี๋หรูอวิ่นเก็บถ้วยชามไปล้าง เหล่าฉินชงชามาหนึ่งกา “ใกล้จะได้กลับมาแล้วสินะ”
“ครับ ปลายเดือนธันวาคม ประมาณช่วงปีใหม่” เฉินชางพยักหน้าเอ่ยตอบ“วางแผนหรือยังว่ากลับมาแล้วจะทำอะไร”
พอเฉินชางได้ยินคำถามนี้ เขาไม่ได้รีบร้อนตอบ แต่เขาคิดเกี่ยวกับปัญหานี้ไว้นานมากแล้ว กลับมาครั้งนี้ตนจะทำอะไรนะ? ตรวจโรคหรือ? ที่นี่มีโรคซับซ้อนรักษายากน้อยกว่าที่เมืองหลวงแน่นอน! ทำวิจัยหรือ? เงื่อนไขก็สู้ทางนั้นไม่ได้อยู่ดี ถ้าอย่างนั้นกลับมาแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ? หลายวันมานี้เฉินชางคิดว่าตนได้คำตอบแล้ว!
“ผมอยากปักหลักให้มั่นคง ทำวิจัยบางอย่าง บ่มเพาะบุคลากรบางส่วน และทำธุรกิจบางอย่างครับ ช่วงที่ผ่านมาก้าวหน้าขึ้นเร็วเกินไป เส้นทางไม่ค่อยมั่นคง ผมอยากหาข้อสรุปของตัวเองให้ดี ไม่แน่ว่าอาจจะปรากฏผ