ฉินชางยิ้มบอก “ไม่มีอะไรครับ มีคนไข้คนหนึ่ง…”
หลังเฉินชางเล่าอย่างง่ายๆ ให้ฟังหนึ่งรอบ ฉินเยว่ก็พูดทันทีว่า “อืม โอเค ฉันจะไปด้วย”
ฉินเยว่วางสายก่อนโทรไปทักทายอาจารย์ซุน
ซุนกว่างอวี่ได้ยินว่าเฉินชางจะกลับมาอันหยางก็เกือบเป็นคนขับรถให้ฉินเยว่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าลาให้ฉินเยว่
ช่วงรักษาพาร์กินสันนี้ ซุนกว่างอวี่ซับซ้อนอย่างยิ่ง
ตอนนี้เขามีแค่ความคิดเดียว กอดขาทองคำ!
อีกอย่าง…คือช่วงสุดท้ายของชีวิต
…
ภายในห้องทำงานของศูนย์ฉุกเฉิน เฉินชางพาเด็กสาวไปข้างนอก ด้านหลังมีเสียงปรึกษาพูดคุยกัน
“แผลไฟไหม้ร้ายแรงบนผิวหนังแปดสิบกว่าเปอร์เซ็นต์!”
“นี่ยากจะมีชีวิตอยู่แล้วนะ!”
“นั่นสิ…แผลไฟไหม้ไม่ได้น่ากลัวที่สุดตอนเริ่มต้น แต่อยู่ที่จะควบคุมระยะช็อกกับระยะติดเชื้อได้หรือไม่!”
“เฮ้อ…ระยะช็อก ยากเกินไปแล้ว แถมระยะช็อกยังกำจัดสะเก็ดแผลทิ้งไม่ได้ด้วยใช่ไหม”
“เด็กสาวคนนี้รู้เรื่องจริงๆ โกนหัวเสียเกลี้ยง คนทั่วไปไม่มีความกล้าหรอก”
ทุกคนพากันสะท้อนใจ
เวลานี้ เหล่าหม่าพลันถามด้วยความสงสัย “จะว่าไป…ทำไมแผลไฟไหม้ต้องหาเฉินชางล่ะ นี่ไม่ใช่ศัลยกรรมตกแต่งนะ ต่อให้เป็นศัลยกรรมตกแต่งก็ต้องรออีกสองสามเดือน สิ่งสำคัญตอนนี้คือ