ม้แต่พวกผู้หญิงก็ร่วมแสดงความเห็นด้วย
ในจำนวนนั้น หลิ่วซื่อกังวลใจยิ่งนัก เพราะถ้าจูชีไปเรียนที่โจวเสวียก็ต้องไปจากตำบลอันจิ่ว ถึงตอนนั้นก็เหลือเพียงต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าแล้วน่ะสิ?
พวกเขายังเด็กขนาดนั้น นางย่อมไม่วางใจให้พวกเขาไปเรียนหนังสือในตำบลตามลำพัง
คนที่ไม่เคยจะออกความคิดเห็นมาแต่ไหนแต่ไรอย่างนางในที่สุดก็ออกปากพูดอย่างหาได้ยาก กล่าวเสียงเบาว่า “อาจารย์เสินก็ดีมากไม่ใช่หรือ? ถ้าเขาไม่ดี เจ้าเจ็ดก็คงสอบเป็นซิ่วไฉไม่ได้”
“นั่นน่ะสิ ท่านแม่ ข้าคิดว่าทำแบบนี้ไม่เหมาะสมเท่าไหร่นะขอรับ” จูต้ารับไม้มาพูดต่อ พวกเขาสองคนปรึกษากันมาตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้ว “อาจารย์เสินสอนเจ้าเจ็ดจนได้เป็นซิ่วไฉ แต่พวกเรากลับจะส่งเจ้าเจ็ดไปเรียนที่โจวเสวียโดยไม่เห็นแก่หน้าเขาแบบนี้ ถ้าอาจารย์เสินรู้เข้าจะไม่กล่าวโทษพวกเราหรือขอรับ? ปีนี้พวกเรายังต้องส่งต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าไปเรียนที่นั่นอยู่นะ”
ล่วงเกินคนเขาไปแล้ว ยังจะส่งต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าไปอีก ลูกชายทั้งสองคนของเขาก็ต้องรับกรรมน่ะสิ
อย่าเห็นว่าปกติแล้วจูต้าไม่พูดไม่จา แต่พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับลูกชาย เขาก็ใส่ใจมากทีเดียว
คนเป็นพ่อย่อมไม่มีใครหวังให้ลูกชายของตนได้รับความลำบาก
“พี่สามบอกแล้วไม่ใช่หรือขอรับ อาจารย์เสินบอกว่าเรื่องนี้ให้ครอบครัวพวกเราตัดสินใจกันเอง” จูซื่อพูด “นี่เป็นเรื่องดี เขาจะโกรธได้อย่างไร? ถ้าเจ้าเจ็ดสามารถสอบได้ตำแหน่งสูงกว่าเดิม อาจ