…ผมคิดว่า ศาสตราจารย์เฉินอาจจะไปช่วยพูดคุยอย่างรื่นหู แกล้งห่วงใยอาซ้อสักหน่อย พูดอะไรทำนองว่าผู้อำนวยการเฉียวยุ่งมากเหนื่อยมากก็ได้!”
เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างแสดงความเห็น อู๋ฮุยพลันเอ่ยโพล่งขึ้นมาในเวลานี้
“ผู้อำนวยการเฉียว ผมคิดว่าศาสตราจารย์เฉินอาจคิดว่าอาซ้อป่วยครับ!”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ทุกคนในห้องค่อนข้างมึนงง!
คิดว่าอาซ้อป่วยคืออะไร
เฉินชางก็เพิ่งเจอครั้งแรกไม่ใช่เหรอ!
หรือสายตาศาสตราจารย์เฉินคือเครื่อง CT สแกน มองครั้งเดียวก็สแกนอย่างสมบูรณ์ได้
แต่ในช่วงเวลานี้!
หมอแผนกรังสีวิทยาที่อยู่ในห้องถ่ายภาพรังสีวิ่งออกมาด้วยความร้อนใจ
“ศาสตราจารย์เฉิน มีปัญหาจริงๆ ครับ!”
แพทย์เวรคนนี้ตกใจจริงๆ
ติดตามศาสตราจารย์เฉินได้เปิดโลกทัศน์ขนานแท้!
เรื่องที่ศาสตราจารย์เฉินสันนิษฐานไว้ก่อนหน้านี้เป็นความจริงขึ้นมาแล้ว!
พอคิดมาถึงตรงนี้ ความนับถือและความเคารพส่วนตัวที่แพทย์เวรมีต่อเฉินชางพุ่งกระฉูดถึงขีดสุด!
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณเข้ามาดูเถอะครับ”
เฉินชางพยักหน้า เดินเข้าไปในห้อง
เฉินชางเอ่ยกับเสี่ยวเคอว่า “เสี่ยวเคอ เธอกลับไปก่อนเถอะ บอกผู้อำนวยการเฉียวว่าผลตรวจอาซ้อออกแล้ว เป็นเนื้องอกต่อมใต้สมอง
ให้เขาช่