เมื่อเฉินชางมาถึงกระทรวงสาธารณะสุข รัฐมนตรีเสี้ยวกำลังรอกินข้าวกับตนอยู่
มีคนคุ้นเคยเพิ่มมาอีกคน ฉินหย่งอี้!
“สวัสดีครับรัฐมนตรีเสี้ยว สวัสดีครับอาสาม!”
เสี้ยวรุ่นฟางยิ้มให้ “นั่งเถอะ อยากกินอะไรไหม สั่งเองได้เลย ออกไปแล้วอย่าบอกว่ากระทรวงสาธารณสุขของพวกเราเลี้ยงไม่ดีละ!”
ทุกคนหัวเราะขึ้นมาทันที
ชาวจีนชอบพูดคุยธุระกันบนโต๊ะสุราหรือโต๊ะอาหาร
วันนี้ก็เช่นกัน
เสี้ยวรุ่นฟางเอ่ยอย่างจริงจัง “ศาสตราจารย์เฉิน คุณวางแผนเรื่องโรคพาร์กินสันไว้ยังไง”
พอฉินหย่งอี้ได้ยินคำถามนี้จากเสี้ยวรุ่นฟาง ในใจก็ทอดถอนใจ
นี่คืออิทธิพลที่มาพร้อมกับความสามารถ!
เขามองออกว่าเสี้ยวรุ่นฟางต้องการเลียบเคียงสอบถามเฉินชางอย่างจริงจัง
แบบนี้หมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ
หากว่ากันในบางมุม เฉินชางอยู่ในระดับเดียวกับเสี้ยวรุ่นฟางแล้ว
อย่างน้อยก็เป็นแบบนี้ในมุมมองของเสี้ยวรุ่นฟาง!
ฉินหย่งอี้ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเฉินชางจะประสบความสำเร็จเร็วขนาดนี้!
เดิมทีคิดว่าหลังจากมาอยู่เมืองหลวง ตนคงต้องช่วยดูแลหลานเขยคนนี้สักหน่อย แต่ไม่คิดเลยว่า…
วันนี้ตนมีโอกาสมานั่งกินข้าวกับสองผู้นำของกระทรวงสาธารณะสุขได้ก็เพราะอาศัยใบบุญของเฉินชาง
พอได้ยินคำพูด