หรือ?
ผู้ชายคนไหนก็สามารถผลักล้มนางได้ทั้งนั้น
ยังมีเอกลักษณ์อีกประการก็คือ แม้ผู้ชายยุคนี้จะมีแนวคิดชายเป็นใหญ่ แต่ถ้าเป็นบัณฑิตกลับนิยมแนวทางสภาพบุรุษสำนักหรู*[2] ไม่สนับสนุนการลงไม้ลงมือกับผู้หญิง มองว่านั่นเป็นการใช้ความรุนแรง
ส่วนในเรือนเป็นอย่างไร เย่อวี๋หรานไม่ทราบ แต่นางไม่เคยได้ยินข่าวลือว่ามีบัณฑิตตบตีภรรยามาก่อน
หากมีข่าวลือเช่นนี้แพร่ออกมาก็จะเป็นเรื่องเสื่อมเสียอย่างยิ่ง ถูกผู้คนดูหมิ่นดูแคลน
แต่ถ้าเป็นชาวบ้านตาดำ ๆ…
ขออภัยจริง ๆ พวกเขาไม่ได้มีข้อถือสามากมาย พวกเขาเชื่อว่า ภรรยานั้นยิ่งตีก็จะยิ่งเชื่อฟัง
ในฐานะที่เป็นคนรุ่นหลังของขงจื่อ ข้อห้ามและกฎระเบียบของตระกูลข่งมีมากมายยิ่งนัก มีตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างอาภรณ์ไม่เรียบร้อย วาจาหยาบคาย สีหน้าไม่สุภาพ เกียจคร้านเป็นอาจิณ เสเพลไม่เอาการเอางาน ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างหลักการครองตนและอุดมการณ์ในการใช้ชีวิต ทั้งหมดทั้งมวลนั้นมีกฎกำหนดไว้อย่างเข้มงวด
เย่อวี๋หรานอธิบายว่าสิ่งใดจึงเรียกว่า ‘สุภาพบุรุษไม่สำรวมตนก็จะไร้ความน่าเชื่อถือ ร่ำเรียนวิชาความรู้ก็จะไม่ถ่องแท้’ ‘ยืนตรงเฉกเช่นต้นสน นั่งมั่นคงดั่งเช่นระฆัง เดินเหินดุจสายลม นอนตะแคงเหมือนคันศร’ ‘ไร้มารยาทไม่พึงมอง ไร้มารยาทไม่พึงฟัง ไร้มารยาทไม่พึงกล่าว ไร้มารยาทไม่พึงกระทำ’ หรือ ‘พูดแล้วต้องกระทำ ทำแล้วต้องบังเกิดผล’ …
ตระกูลใหญ่ที่แท้จริง ตั้งแต่เจ้านายไปจนถึงคนรับใช้ในเรื