ร้องเพราะเจ็บแผล!
ร้องเพราะเสียใจ!
ร้องจนเหนื่อย!
ทุกย่างก้าวที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความมานะ
โจวหงกวงในวัยห้าสิบกว่าปีร้องไห้เหมือนเด็กน้อย
เขาโผเข้าสู่วงแขนของเฉินชางพลางร้องไห้โฮเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่งที่พยายามมาเนิ่นนานแต่จู่ๆ อนาคตก็ดับไป
ราวกับความทุ่มเททั้งชีวิตพลันสลายเป็นเมฆหมอกไปแล้วเฉินชางพอจะเข้าใจความรู้สึกนี้!
แต่ว่าคนรอบข้างไม่เข้าใจ!
เมื่อพวกเขาเห็นเฉินชางในสภาพโอบกอดปลอบใจโจวหงกวงก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที
พวกสาวๆ ที่เข้ามาหยอดเฉินชางเมื่อครู่พอเห็นหลากนี้ก็อดถอนหายใจไม่ได้!
ผู้ชายที่หล่อขนาดนี้สุดท้ายกลับ…!
เฮ้อ!
ผ่านไปสักพักโจวหงกวงผละออกมามองเฉินชางพลางเอยถาม “ศาสตราจารย์เฉินแต่ว่าอะไรเหรอ”
เฉินชางกลอกตาใส่ทีหนึ่งตาแก่คนนี้เพิ่งนึกได้เหรอว่าฉันยังพูดไม่จบนะ!
เฉินชางเอยสบายๆ ว่า “ผมไม่อยากได้บ้านกับรถของคุณหรอก”
เฉินชางยืดตัวหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบอีกหนึ่งมองโจวหงกวงแล้วเอยอย่างจริงจัง
“คุณก็น่าจะรู้ถึงประสิทธิผลในการรักษาโรคพาร์กินสันดี”
“วิธีรักษาของผมคือการผ่าตัดเป็นการผ่าตัดที่มีความยากสูง! ในขณะเดียวกันความเสี่ยงและอาการที่ส่งผลกระทบกับร่างกายภายหลังของการผ่าตัดก็ค่อนข้างสูงด้วย”
“คุณต้องทบทวนให้ดี…”
เฉินชางยังพูดไม่ทันจบ!
โจวหงกวงก็เอยตัดบทเฉินชางขึ้นมา “ตกลง! ผมยอม! ผมรับได้จริงๆ!”
“นี่คือโอกาสเดียวของผมศาสตราจารย์เฉินคุณต้องช่วยผมนะ!”
“ขอร้องล่ะ!”
“ผมไม่กลัวผลกระทบ