กคนอื่นชัดๆ! ฝั่งเรายังไม่แน่ว่าจะได้รับอนุมัติหนึ่งคนต่อหนึ่งแผนกด้วยซ้ำ คุณกลับดีนัก แผนกเดียวรับไปถึงห้าสิบคน ไม่ไว้ชีวิตคนอื่นเลยเหรอ!
เหลยอวิ่นตาเอ่ยยิ้มๆ “อธิการบดีฉิน ผมก็ไม่เคยติดต่อกับศาสตราจารย์เฉินมาก่อน คุณไปคุยกับเขาให้ดีเถอะ รอจนเขาพิจารณาเรื่องบุคลากรเสร็จสิ้นแล้วค่อยส่งเรื่องมาหาผมโดยตรงได้เลย!”
ฉินเสี้ยวยวนจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ เขาอิ้มตอบไปว่า “เฮ้อ เจ้าหนุ่มเฉินชางคนนี้เพิ่งมาเมื่อสองสามวันก่อน เดี๋ยวผมจะโทรไปบอกสักหน่อยแล้วกัน”
“ผมจะแจ้งข่าวดีนี้ให้เขารู้แล้วให้เขาไปหารองเหลยเพื่อขอบคุณด้วยตัวเอง ถึงยังไงครั้งนี้คุณก็มอบสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยอดเยี่ยมมากให้เขา!”
รองเหลยได้ยินประโยคนี้ก็รู้สึกชื่นใจเหมือนได้กินน้ำผึ้งขึ้นมาทันที!
“โธ่ อย่าถึงขั้นนี้เลย รอจนศาสตราจารย์เฉินมาแล้วอธิการบดีฉินช่วยหาจังหวะสักครั้ง วันหลังก็ให้ผมได้คุยกับศาสตราจารย์เฉินหน่อย ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว… ฮ่าๆ…”
สองจิ้งจอกเฒ่าคุยกันอยู่สักพักจากนั้นก็วางสาย!
ทั้งสองต่างลุกขึ้นมาเดินวนไปวนในห้องด้วยความตื่นเต้น!
ฉินเสี้ยวยวนตื่นเต้นที่ได้บรรจุพนักงานมากขนาดนี้ในคราวเดียว แบบนี้เฉินชางก็เริ่มต้นได้ง่ายมากขึ้น!
ส่วนเหลยอวิ่นตาดีใจที่มีโอกาสได้ทำความรู้จักเฉินชาง! น้ำใจครั้งนี้… ไม่แน่ว่าพอถึงช่วงเวลาคับขันอาจจะมีส่วนช่วยตนได้ หลังจากเฉินชางได้ข่าวเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งถึงได้โทร