ความกังวลของฉินเสี้ยวยวนไม่ได้ไร้เหตุผลเลย โดยพื้นฐานแล้วตอนนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โควตาบรรจุลดน้อยลงเรื่อยๆ โรงพยาบาลทยอยยกเลิกการบรรจุ จัดตั้งระบบจัดเก็บข้อมูลที่ผนวกรวมเข้ากับระบบสัญญาจ้างอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นการบรรจุของแต่ละปีจะน้อยลงเรื่อยๆ
โรงพยาบาลหนึ่งแห่งไม่มีทางรองรับจำนวนห้าสิบคนได้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงแผนกแผนกหนึ่งเลย ใช่ว่ากองบริหารทรัพยากรบุคคลจะไม่ยอมอนุมัติ แต่โควตามีจำกัด อีกทั้งมณฑลตงหยางก็ด้อยพัฒนาอยู่แล้วมีงบประมาณจำกัด ดังนั้นทุกคนจึงไม่ยินดีที่จะยกโควตาให้ พอเฉินชางลองคิดดูก็รู้สึกว่ามีเหตุผล
“ไม่อย่างนั้นก็บรรจุพนักงานในสังกัดห้าสิบคนดูสิ แต่ว่า… เพิ่มสัญญาจ้างให้มากหน่อย เพิ่มค่าตอบแทนให้สูงขึ้น หวังว่าจะดึงดูดคนมีความสามารถเข้ามา”
ฉินเสี้ยวยวนพยักหน้ารับ “อืม อันที่จริง… ถ้าได้รับอนุมัติจริงๆ ฉันว่าก็คงดูไม่ดี ถึงยังไงก็ไม่ใช่ของที่ใครจะยอมยกให้ใครได้ ค่อนข้างลำบากกันทั้งนั้น”
เทียบกับการบรรจุแล้ว แบบสัญญาจ้างดึงดูดใจคนมีความสามารถไม่ค่อยได้จริงๆ ถึงอย่างไรด้วยสภาพแวดล้อมในประเทศเรา ไม่ว่าที่ไหน ทุกคนล้วนชอบคำว่า ‘จ้างถาวร’ หรือที่เรียกกันว่างานมั่นคงนั่นแหละ
เฉินชางพยักหน้า “ได้ครับ ผมจะไปพรุ่งนี้ ไปหารือกับพวกผู้อำนวยการหลี่ดูว่าจะจัดสรรการบรรจุห้าสิบคนนี้ยังไง”
อาคารฉุกเฉินกำลังก่อสร้าง แผนการของเฉินชางคือแบ่งทีมดูแลอาคารฉุกเฉินมีทั้งหมดแปดชั้น ถือว่าโอ่อ