มาก ทุกคนล้วนต้องการให้แผนกของตนได้บุคลากรเพิ่มขึ้นอีกสองสามคน ดีร้ายอย่างไรก็นับว่าได้รับจัดสรรกันไป แต่ส่วนที่ยากที่สุดอย่างแผนกศัลยกรรมประสาทและ ICU ยังคงว่างเปล่าไร้เสาหลัก เฉินชางทำได้เพียงพยายามต่อสู้เพื่อให้ได้บุคลากรสัญญาจ้างเพิ่ม หวังว่าพอมาแล้วจะอยู่ถาวรนะ!
หลังจากหารือกันทั้งวันสุดท้ายก็กำหนดโควตาเสร็จสิ้น เฉินชางก็ไม่กล้าโอ้เอ้นานเกินไป เร่งเดินทางกลับเมืองหลวงในชั่วข้ามคืน
วันต่อมาโรงพยาบาลส่งรายงานโควตาแล้ว กองบริหารทรัพยากรบุคคลของมณฑลทำการรวบรวมข้อมูลจากโรงพยาบาลต่างๆ รวมถึงดำเนินการตรวจสอบเพื่ออนุมัติ แต่ว่าหลังจากโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลยื่นรายงานอนุมัติจัดสรรบุคลากรไป กลับถูกส่งตรงไปยังหัวหน้าฝ่ายจัดบรรจุ
ในฐานะผู้มีสัมผัสเฉียบไวด้านการเมือง เหลยอวิ่นตารู้ว่าควรจะทำอะไรบางอย่าง ดังนั้นเขาหยิบมือถือขึ้นมาต่อสายหาฉินเสี้ยวยวนโดยตรง
“อธิการบดีฉิน ผมเอง เหล่าเหลย!” เหลยอวิ่นตาไม่มีความเย่อหยิ่งใดๆ
ถึงแม้เขาจะเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดบรรจุ อีกทั้งเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก แต่ว่า! ฉินเสี้ยวยวนเป็นใครกันล่ะ แน่นอนเขาก็คืออธิการบดีมหาวิทยาลัยการแพทย์ เป็นรองอธิบดีมากความสามารถคนหนึ่ง อันที่จริงพวกเขาสองคนอยู่ในระดับเดียวกัน ฝ่ายจัดบรรจุคือส่วนสำคัญของกองบริหารทรัพยากรบุคคล อีกทั้งเหลยอวิ่นตาดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกองบริหารทรัพยากรบุคคลด้วย เมื่อเทียบกันแล้วฐานะของตัวเขาเหลยอวิ่นตามี