รเคารพก็ยังคงต้องเคารพ
ให้จูชีแสดงความเคารพเช่นนี้ย่อมจะมีแต่ข้อดีต่อตัวเขา ไม่มีข้อเสีย
นอกจากนี้ ผู้เฒ่าทั้งสองก็ไม่รู้ว่ายังจะมีชีวิตต่อไปอีกกี่ปี เย่อวี๋หรานไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยกับพวกเขา จึงถือเสียว่าทำเรื่องดีงาม ช่วยให้ผู้เฒ่าทั้งสองได้เบิกบานใจ
“ท่านปู่ ท่านย่า ข้าสอบได้ที่หนึ่งของเสี้ยนซื่อ เป็นซิ่วไฉแล้วขอรับ!”
จูชีนั่งคุกเข่าบนเบาะกลมโขกศีรษะคำนับอย่างว่าง่าย
พ่อเฒ่าจูกับแม่เฒ่าจูพลุ่งพล่านใจจนขอบตาแดงเรื่อ พูดอะไรไม่ออก
พวกเขาดึงมือจูชีเข้ามาใกล้ แล้วกล่าวซ้ำ ๆ ว่า “หลานคนดี หลานชายคนดีของข้า ตอนนี้ต่อให้ข้าหลับตาไปก็มีหน้าไปพบบรรพบุรุษสกุลจูได้แล้ว”
ภายในดวงตาชุ่มชื้นนั้นมีน้ำตาเอ่อคลอ
เดิมทีคิดว่าชีวิตนี้ก็คงเป็นได้เท่านี้ ไฉนเลยจะคาดว่า…สะใภ้ใหญ่ดุร้ายไปหน่อยก็จริง แต่กลับเลี้ยงลูกชายได้มีอนาคตยิ่งนัก!
ทั้งปวดใจและพลุ่งพล่านใจในคราวเดียวกัน
จนถึงชั่วเวลานี้ ผู้เฒ่าทั้งสองคิดว่า ไม่ว่าเมื่อก่อนสะใภ้ใหญ่จะเคยทำเรื่องผิดต่อพวกตนมามากมายเท่าไหร่ ตอนนี้พวกเขาล้วนอภัยให้หมดแล้ว
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสเห็นว่าได้เวลาแล้วจึงส่งเสียงบอกให้จูชีไปทำพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ
“เตรียมสิ่งของพร้อมแล้วใช่ไหม?”
“พร้อมแล้วขอรับ ผู้อาวุโส”
“อืม เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
……
จูชีมุ่งหน้าไปยังโถงเซ่นไหว้บรรพบุรุษโดยมีคนสกุลจูล้อมหน้าล้อมหลัง
หน้าประตูศาลบรรพชนมีคนมาออกันอยู่คลาคล่ำ
คนเฒ่าคนแก่ในหมู