่บ้านล้วนออกมากันหมด บ้างถือธูปหอม บ้างประคองอาหารเจ บ้างประคองไหสุราข้าว สารพัดของเซ่นไหว้ คึกคักกว่าตอนปีใหม่เสียอีก
“เปิดประตูใหญ่”
จูฉวิน ลูกชายคนโตของผู้อาวุโสหมู่บ้านสกุลจูร้องบอกเสียงดังจากหน้าประตูศาลบรรพชน
วันนี้เขามาช่วยบิดากำกับพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ รับหน้าที่ขานบอกพิธีการ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ ‘ออกหน้าออกตา’ แต่ในวันและวาระเช่นนี้ ผู้อาวุโสก็ยังมอบโอกาสออกหน้าออกตาให้ลูกชายตนเองด้วยความหวังว่าอนาคตของเขาจะราบรื่นขึ้นอีกสักนิด
ศาลบรรพชนอยู่ในความดูแลของผู้อาวุโสสกุลจูตลอดมา เจ้าหน้าที่ไม่มีทางไปแย่งงานแบบนี้มาจากผู้อาวุโส แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่ทำอะไรเสียเลย เขายังต้องมาช่วยดูแลคนในหมู่บ้านที่มาร่วมงานและกล่าววาจาอีกเล็กน้อย
แอ๊ดดด
เสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ ประตูศาลบรรพชนที่ทั้งหนาและหนักเปิดออกอย่างช้า ๆ
เนื่องจากตอนปีใหม่เพิ่งเปิดไปจึงไม่มีฝุ่นร่วงลงมามากนัก ข้างในก็ทำความสะอาดเรียบร้อย
แผ่นศิลาปูลาดเป็นทางเท้า ต้นไม้ใบหญ้าที่ผ่านการตัดแต่งมาแล้ว รวมถึงภาชนะที่ใช้รองรับหยดน้ำจากชายคา…เมื่อแสงสว่างจากท้องฟ้าสาดส่องต้องลานสี่เหลี่ยมแห่งนี้ ทุกอย่างพลันเปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นมา
เสียงหัวเราะพูดคุยของผู้คนดังก้องเป็นระยะ ปัดเป่าความอึมครึมและความลึกลับภายในศาลบรรพชนให้เบาบางลง
เมื่อก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาก็คือป้ายชื่อที่สูงต่ำไม่เท่ากันแถวแล้วแถวเล่า และแสงเท