ริงๆ
หรือว่าหมอนี่ไม่กังวลเลย
ในที่สุดสวีจื่อหมิงยังคงโทรมาหา
เฉินชางยิ้มเยาะ ตาเฒ่าผมยังนึกว่าคุณจะทะเยอทะยานสักแค่ไหนกันเชียว!
พูดจบเฉินชางยังคงรีบรับโทรศัพท์
“มีอะไรหรือครับ”
สวีจื่อหมิงยิ้มเก้อเชิน
“ศาสตราจารย์เฉินคือว่า…คนที่รับสมัครเมื่อก่อนหน้าของศูนย์วิจัยการผ่าตัดโดยที่หัวใจไม่หยุดเต้นมาถึงแผนกแล้ว
ผมว่า…ถ้าคุณมีเวลาผมจะจัดแจงให้คุณมาพูดสักสองสามประโยค!”
“ถึงยังไง…คนที่มาก็เป็นแฟนคลับคุณทั้งนั้น! ต่างก็มาหาคนดัง!”
เฉินชางชะงักงันตกตะลึงอยู่บ้าง
“แค่นี้เหรอครับ”
สวีจื่อหมิงงุนงง!
“อ้าว! ไม่ใช่ยังมีอีกคนที่รับสมัครมา ครั้งนี้มีคนที่ความสามารถโดดเด่นไม่น้อย
ถึงขั้นยังมีสมาชิกของทีมโนเบลหลายคน เออ! จริงสิสมาชิกของสมาคม AATS ระดับโลกก็แนะนำคนมาด้วย”
เฉินชางถามเสียงเย็น
“แค่นี้?”
สวีจื่อหมิงทนไมไหวบางแล้ว
“ชะ…ใช่ครับ!”
“ฝังมีเรื่องที่สําคัญกว่าไหม”
เฉินชางกลอกตา เจ้าหมอนนี่!
เด็กสอนไม่เข้าหัว!
ไม่ผุจนปัญญาแกะสลัก!
เกินเยียวยาแล้ว
เฉินชางอดพูดไม่ได้
“ผมไดยินวาคุณถูกเสนอชือเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร”
สวีจื่อหมิงงุนงงก่อนยิ้มบอก
“โธ่! เรื่องนี้นี่เองเรื่องเล็ก ไม่ต้องสนใจ!”
เฉินชาง “…”
นี่ยังเป็นเรื่องเล็กหรือ คุณต้องเป็นคนไม่คิดมากขนาดไหนเนี่ย
สวีจื่อหมิงเห็นเฉินชางเงียบจึงอธิบายว่า
“ศาสตราจารย์เฉินผมจะบอกคุณนะครั้งนี้นะ…ผมจะไปร่วมงานเฉยๆ!
คนเขาจะรับตำแหน่งก็รับไป ผมแค่จะไปร่วมงานสัก