ความจริงแต่ไหนแต่ไรสวีจื่อหมิงเป็นคนตระหนักในตัวเอง
อยู่ในเมืองหลวงโลกเช่นนี้เขาไม่นับว่าเป็นคนมีความสามารถชั้นยอด
ตัวเองทั้งไม่นับว่าพยายามที่สุด แล้วก็ไม่นับว่ามีพรสวรรค์ที่สุด
ยิ่งไม่นับว่ามีคนใหญ่คนโตให้พึ่งพิง
ดังนั้นนี่จึงทำให้หัวหน้าสวีค่อนข้างมองทุกอย่างด้วยความเย็นชา
แต่ทว่า…
ใครจะนึกถึงภายใต้ความบังเอิญของโชคชะตาเขาถูกเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์
นี่ทำให้เขาว่าวุ่นใจอยู่บ้าง
ถึงขั้น…รู้สึกเหมือนได้รับความโปรดปรานจากคนที่เหนือกว่า!
สวีจื่อหมิงถึงขั้นสับสนอยู่สิบนาทีเต็ม
หัวหน้าสวีรู้สึกการเสนอชื่อนี้รบกวนชีวิตประจำวันของเขา
กระทบการจัดวางงานตามปกติของตัวเองยุ่งยากเกินไปแล้ว!
ดังนั้นสวีจื่อหมิงจึงโทรหาหวังทงเพื่อนสนิทของตัวเองด้วยความหดหู่
“หวังทงผมมีข่าวร้ายจะบอกคุณ!”
ขาวร้าย!
อะไรหรือหวังทงถามด้วยความกังวล
“อะไรเหรอเกิดเรื่องอะไรน”
สวีจื่อหมิงถอนหายใจบอก
“เฮ้อ…ผมนะ! ถูกเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์
ผมตั้งใจว่าปิดเทอมจะพาภรรยากับลูกไปเที่ยวสักครึ่งเดือน
ผมก็ลาพักร้อนล่วงหน้าแล้ว ภรรยาผมก็ทักทายหัวหน้าจ้าวแล้ว คุณว่าไง!”
“เรื่องนี้ทำลายจังหวะชีวิตผมไปหมดแล้ว!”
หวังทงได้ยินสวีจื่อหมิงถอนหายใจก็เกือบจะเชื่อเจ้าหมอนี้แล้ว!
หากไม่รู้อาจยังคิดว่าตัวเองถูกไลออกจากงานใช่ไหมนี่!
ถูกเสนอชื่อแต่ถอนหายใจเนี่ยนะ นึกถึงตรงนี้หวังทงเกือบวางสาย
แต่นึกถึงนิสัยของเพื่อนร่วมห้องเก่าตั