วเองเขาถึงค่อยเข้าใจขึ้นมา
สวีจื่อหมิงเจ้าหมอนี่มีนิสัยปรับตัวง่ายเสมอมา
คุณเตะเขาหนึ่งทีเขาก็เดินต่อไปข้างหน้าได้
ถ้าคุณไม่สนใจเขาเขาก็ยังทำตัวน่าตลกได้อย่างร่าเริง!
แต่นึกถึงน้ำเสียงและการบ่นของสวีจื่อหมิง
หวังทงยังคงอดขำเผื่อนไม่ได้
คนอื่นเขาอยากเพิ่มชื่อเสียงต้องใช้ความพยายามเท่าไร!
คุณนี่นะ!
เจ้าคนไม่รู้จักแสวงหาความก้าวหน้า!
แต่หวังทงยังคงปลอบ
“เฮ้อใครว่าไม่จริงละ ตั้งแต่ที่ผมมาเป็นผู้อำนวยการนะ
ผมก็ประเมินว่าต้องเลื่อนเกษียณไปอีกหลายปี ถึงเงินค่าประจำตำแหน่งจะหนึ่งร้อยห้าเปอร์เซ็นต์ แต่ว่า…
ผมอยากเพลิดเพลินกับวัยเกษียณนะ!”
ตามคาดสวีจื่อหมิงตกอยู่ในความสับสนระหว่างเงินกับเกษียณอีกครั้ง
เลือกยากมาก!
เขาเหมือนจะอยากได้เงินเดือนสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ที่ระดับเดียวกับรองรัฐมนตรี
แต่ทว่า…
เขาก็อยากเกษียณล่วงหน้าอยู่เป็นปลาเค็ม!
สวีจื่อหมิงสาบานว่านี่เป็นตอนที่เขาปวดหัวที่สุด
เขารู้สึกว่าหัวใจห้องซ้ายกับหัวใจห้องขวากำลังต่อสู้กัน
จนถึงขั้นที่ลิ้นหัวใจยังดีดเล็กน้อย!
รู้สึกว่าจังหวะไซนัสของตัวเองเริ่มไม่เป็นจังหวะ
เหล่าสวีสูดหายใจลึกสงบจิตใจ
“หวังทงผมลำบากจริงๆ! เฮ้อ…ช่างเถอะๆ”
หวังทงเห็นสวีจื่อหมิงเงียบไปย่อมรู้ว่าเจ้าหมอนี่คิดจะทำอะไร
เขาอดหัวเราะไม่ได้
“พอแล้วๆ ผมประเมินว่าครั้งนี้คุณพยายามสุดความสามารถอย่างมากก็ได้แค่ไปร่วมงานเท่านั้นแหละ
คุณอย่าพยายามเลย”
“ผมได้ยินว่าสมาชิกสภาวิทย