นี้ ก็ล้วนมีขั้นตอนที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป
หลังกลับมาโจวหงกวงสรุปข้อมูลทางคลินิกอย่างจริงจังหนึ่งรอบ
หลังจากนั้นโจวหงกวงก็ไม่หลับไม่นอนทุ่มเทเขียนหนังสือเล่มนี้จนจบ!
เดิมทีโจวหงกวงคิดอย่างมีเป้าหมายยิ่งใหญ่ว่า
หลังเจอเฉินชางครั้งหน้าต้องให้เขาคิดว่าต้องมองตัวเองใหม่ให้จงได้
แต่ทว่า…
หลังมาถึงเฉินชางยังไม่มองเขา ตัวเขาก็ร้อนใจแล้ว
เฉินชางกำลังอ่านหนังสือทำให้เขากระสับกระส่ายไม่ไหว
เฉินชางก้มหน้ามองเล็กน้อย โจวหงกวงกำลังขาสั่น
เฉินชางวางหนังสือจ้องขาของโจวหงกวงหลายสิบวินาที จนในที่สุด…ก็อดถามไม่ได้
“หัวหน้าโจว…คุณ…คุณป่วยที่ช่วงล่างเหรอ”
โจวหงกวงอึ้งกิมกิทันที จากนั้นหน้าแดงก่ำ!
“ศาสตราจารย์เฉินชางคุณพูดมั่วซั่วได้ยังไง ช่วงล่างผมป่วยที่ไหนกัน!”
แต่… ศาสตราจารย์เฉินเก่งออกขนาดนี้ หรือว่าเขาจะป่วยอยู่
สองสามวันมานี้มีข่าวลือแพร่สะพัดในศูนย์ฉุกเฉินตลอด
ลือกันว่าศาสตราจารย์เฉินจ้องคนไข้อายุสิบเก้าคนหนึ่งแล้วบอกเขาเป็นเอดส์!
ทั้งที่ผลตรวจทั้งหมดเป็นลบชัดเจน
แต่… ศาสตราจารย์เฉินชางแค่บอกให้ตรวจใหม่ก็ได้ผลบวกออกมาแล้ว!
เรื่องนี้โด่งดังเป็นพิเศษในแผนกฉุกเฉิน
ตอนนี้ยามทุกคนเดินไปมาต่างมองเฉินชางอย่างเคารพจากที่ไกลๆ
ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวว่าอยู่ดีๆ ฝ่ายตรงข้ามจะพูดว่า “คุณป่วยนะ!”
แต่… ศาสตราจารย์เฉินชางบอกว่าตัวเองป่วยที่ช่วงล่าง
คิดได้ดังนี้โจวหงกวงก็หน้าแดงพลันตื่นตระหนกขึ้นมาในใจ
ผมจะป่ว