ถามด้วยความอยากรู้“รุ่นพี่เจียง พี่มี… คนรักไหมคะ”
เจียงหนานหน้าแดง“ฉัน… บางครั้งก็จับความรู้สึกได้ตลอดว่าอีกฝ่ายมีแรงจูงใจแอบแฝง”
พอเธอพูดออกมา ฉินเยว่ตาโตทันที อยากรู้จัง!
ระหว่างที่กินอาหาร ฉินเยว่รีบแยกเฉินชางออกไป“ที่รัก คุณไปซื้อของให้ฉันทีสิ… ซื้ออะไรก็ได้มาสักอย่าง คุณลุกออกไปเลย!”
เฉินชางมีสีหน้าจนปัญญาทันที!ถ้าเธอจะหาข้ออ้าง ก็ช่วยคิดให้ดีแล้วค่อยพูดได้ไหม!
หลังจากกันเฉินชางออกไปแล้ว ฉินเยว่ตาโตด้วยความอยากรู้อยากเห็น“รุ่นพี่ เวลาที่มีคนมองพี่ด้วยความคิดลามก พี่รู้สึกอะไรบ้างไหมคะ”
เจียงหนานหน้าแดง กลอกตาใส่ทีหนึ่ง“ฉันรู้สึกได้ว่าในสมองน้อยๆ ของเขากำลังคิดพิเรนทร์อยู่ สุมอะไรเอาไว้เป็นกอง!”“เอาละ ฉันไม่ได้มีวิชาอ่านใจสักหน่อย ฉันแค่มีประสาทสัมผัสค่อนข้างเฉียบไวเท่านั้น!”
ฉินเยว่ถอนหายใจด้วยความผิดหวังเจียงหนานเห็นฉินเยว่ผิดหวังก็อดที่จะถามด้วยความห่วงใยไม่ได้ว่า“เธออยากรู้อะไรล่ะ”
ฉินเยว่ตาเป็นประกาย ลดเสียงลงแล้วเอ่ยข้างหูเจียงหนาน“ฉันอยากรู้ว่า…”
เจียงหนานฟังๆ ไปก็หน้าแดงขึ้นมาทันที!
ในช่วงที่อยู่กับเจียงหนาน เฉินชางพบว่าเขาและฉินเยว่ต่างผ่อนคลายมากผู้หญิงคนนี้คือคนที่เข้าใจโลกและใส่ใจคนอื่นมาก
ระหว่างนั่งอยู่ในรถ ฉินเยว่อดเอ่ยไม่ได้ว่า“เฮ้อ ฉันอิจฉาผู้ชายอย่างพวกนายจริงๆ!”
เฉินชางที่ขับรถอยู่ เหยียดตัวขึ้นมา สายตามองตรงไป กลัวว่าฉินเยว่จะหาเรื่องมาให้ตน
“นายคิดดูสิ รุ่