ตาหลิวที่อยู่ข้างๆ เห็นว่าอู๋ฮุ่ยดื่มไปเยอะก็อดเอ่ยโน้มน้าวเล็กน้อยไม่ได้ อู๋ฮุ่ยยิ้มออกมา “เจ้าหลิว วันนี้พี่อารมณ์ดี ให้พี่พูดเถอะ!”
อู๋ฮุ่ยมีศักดิ์เป็นผู้อาวุโสของทีมนี้จริงๆ เขาอายุมากที่สุด มีประสบการณ์โชกโชน ศึกษาเทคนิคมามากที่สุด นิสัยซื่อตรงที่สุด ถึงเยว่เลี่ยงจะเป็นหัวหน้าทีมแต่คนคนนี้ไม่เอาจริงเอาจังเลย งานในคลินิกก็เป็นอู๋ฮุยที่พาทีมไปจัดการ อู๋ฮุยมองหวงปินไห “เสี่ยวหวง ภูมิหลังของพวกเราไม่ต่างกันมาก ว่ากันตามตรงชีวิตนี้มาอยู่ในเมืองหลวงได้เทียบกับคนรุ่นเดียวกันรอบตัวเราถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว”
“แต่ว่าถึงเมืองหลวงจะดี ทว่า… คนมีความสามารถ เงินมีอำนาจ ต่างหากถึงจะยอดเยี่ยม”
“พวกเรามีเงินไหม? ไม่มี! มีอำนาจไหม? ก็ไม่มี! พูดจากใจนะ เป็นกลุ่มหมอตัวเล็กๆ ทั้งนั้น จะมาพูดเรื่องเงินเรื่องอำนาจอะไรล่ะ ดังนั้นพวกเราทำได้แค่ทุ่มเททุกอย่างกับเทคนิคผ่าตัด!”
“พูดกันตามตรง ฉันดีใจมากที่เยว่เลี่ยงออกไป ศาสตราจารย์เฉินคือไอดอลของฉัน!”“เป็นหมอแต่ทำให้ทุกคนทึ่งได้ถึงขั้นนี้ อย่างนี้สิถึงจะเรียกยอดคน ตั้งกลุ่มย่อยอะไรกันล่ะ… เป็นคนหลักลอยกันทั้งนั้น ถ้านายทำเต็มที่ สายลมเย็นย่อมโชยมา”
อู๋ฮุยกับเฉินชางนั่งกันคนละโต๊ะ ดังนั้นตอนที่คุยกันทุกคนต่างดื่มกันมากเกิน คุยเล่นยกใหญ่ไม่แน่ว่าจะได้ยิน
“ศาสตราจารย์เฉินยอมให้โอกาสพวกเรา พวกเราก็ได้เรียนรู้เทคนิค ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ ทำงานให้ดี รอจนศาสตราจารย์