องให้ได้ ช่องหนึ่งใส่น้ำมันพริก อีกช่องเป็นซุปมะเขือเทศ กินหม้อไฟคำหนึ่งตามด้วยดื่มชานมอีกหนึ่ง นี่คือความสุขขั้นสูงสุดของฉินเยว่! ถึงแม้ว่าทุกครั้งหลังกินหม้อไฟเสร็จ ช่องพริกกับช่องซุปมะเขือเทศจะปนกันจนแยกไม่ออกก็ตาม เพราะในช่องซุปมะเขือเทศมีน้ำมันแดงลอยทั่ว
พอเห็นฉินเยว่ในสภาพเหงื่อเต็มหน้า เฉินชางก็รู้สึกว่าอันที่จริงกินหม้อไฟตอนไปเดทก็ดีมากเหมือนกัน ยังไงซะ… พอเหงื่อออกเยอะๆ เครื่องสำอางก็หลุด อาจจะมีโอกาสได้เห็นหน้าสด
ฉินเยว่ได้ยินว่าเฉินชางว่างก็เอ่ยอย่างมีความสุขว่า “วันนี้ท่านไปเจอรุ่นพี่กับฉันเถอะ!”
เฉินชางพยักหน้ารับ “ได้สิ”
ทั้งสองลุกจากเตียงอาบน้ำแต่งตัว เฉินชางถามด้วยความอยากรู้ “รุ่นพี่คนไหนของเธอกัน ทำไมฉันไม่เคยได้ยินเลย”
ฉินเยว่เล่าด้วยความอิจฉา “สมัยเรียนมหาลัยฉันเข้าชมรมจิตวิทยา ตอนนั้นฉันรู้จักรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งจากสาขาจิตวิทยา รุ่นพี่ดูแลเอาใจใส่ฉันมาก ตอนหลังเธอแนะนำให้ฉันรับตำแหน่งประธานชมรมจิตวิทยาด้วยนะ”
“รุ่นพี่เจียงมนุษยสัมพันธ์ดีสุดๆ หน้าตาก็สวยด้วย แถมยังเป็นนักเรียนหัวกะทิอีกต่างหาก หลังจากพี่เขาเรียนจบก็ไม่ได้สอบบรรจุ แต่มาดิ้นรนอยู่ในเมืองหลวง ทำงานในสถาบันหลายๆ ที่ก่อน ต่อมาถึงได้เปิดสำนักงานของตัวเองขึ้นที่หนึ่ง”“นายรู้ไหม ตอนนี้รุ่นพี่มีเงินขนาดไหน”
เฉินชางไม่มีความรู้ในสายอาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษาสักเท่าไรเลยจริงๆ แต่ก็ยังพอรู้ว่าฐานรายได้ในสาย