อย่างไรกันแน่!”
เหมียวหย่งเจินงุนงงไปหมด เธอคิดไม่ถึงว่าภาวะองคชาตแข็งค้างจะทำให้ตรวจเจอโรคเยอะขนาดนี้“หมอ แค่บังเอิญหรือเปล่า ถึงอย่างไร…”
เฉินชางส่ายหน้า“ไม่มีใครกำหนดว่าอัจฉริยะจะต้องมีข้อบกพร่อง ถ้ามีจริงๆ จะต้องเป็นโรคอย่างแน่นอน!”
หลิวซวิ่นพลันพูดว่า “ไม่เป็นไรครับหมอเฉิน เราจะให้ความร่วมมือคุณอย่างเต็มที่”
เฉินชางพยักหน้า “ครับ ทำเรื่องแอดมิทก่อน ถึงอย่างไรพวกคุณก็เข้ามาทางแผนกฉุกเฉิน”
หลิวซวิ่นพยักหน้า รีบไปทำเรื่องแอดมิท เหมียวหย่งเจินกลับอดพูดไม่ได้“หมอคะ ลูกฉันต้องไปอัดรายการ เป็นตอนสำคัญของสมองที่ล้ำที่สุด…”
ในที่สุดหลิวซวิ่นก็หมดความอดทน หันมองเหมียวหย่งเจินพร้อมตะคอกว่า“ขนาดนี้แล้วคุณยังจะสนใจรายการอะไรอีก! ตอนนี้ลูกป่วยอยู่นะอีกอย่างเข้าร่วมรายการพวกนั้นไปทำไม เป้าหมายของคุณคือการฝึกฝนลูกให้เป็นคนเก่ง ไม่ใช่ไปเข้าร่วมการแสดงในรายการ!”
เหมียวหย่งเจินอึ้งอยู่กับที่ เฉินชางพยักหน้าพร้อมพูดว่า“ตรวจก่อนครับ ยังไม่ต้องด่วนสรุป ผมให้หัวหน้าอู่เตรียมเอ็มอาร์ไอแล้ว ผลออกมาแล้วเราค่อยว่ากัน”
หลิวซวิ่นสูดหายใจเข้าลึกๆ ให้ตนสงบสติอารมณ์ลง ก่อนจะพูดว่า“ได้ครับหมอเฉิน รบกวนด้วยนะครับ!”
เหมียวหย่งเจินยืนอยู่ข้างๆ เหมือนยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอค่อนข้างตื่นตระหนกเธอที่ปกติมีความคิดของตัวเอง ตอนนี้จู่ๆ ก็ทำอะไรไม่ถูก
ส่วนหลิวซวิ่นทำเรื่องตามขั้นตอน ก่อนจะพาลูกไปตรวจที่แผนกรังสี