ล้ว แต่สำหรับคนสกุลจูแล้วถือว่าเป็นสถานที่อันห่างไกลยิ่ง ทั้งยังไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นสถานที่ที่ทั้งใหญ่และไกล
ความกังวลอย่างไม่ทราบสาเหตุของจูซานเป็นเพราะความ ‘ห่างไกล’ ดังนั้นจูชีจึงไม่อาจไปคนเดียวได้ เมื่อถึงยามนั้นเขาก็ต้องไปด้วยเช่นกัน
ไปกับจูชีแล้ว เช่นนั้นจะทิ้งต้าเป่าและเอ้อร์เป่าให้เรียนหนังสือกับอาจารย์เสินได้อย่างไร?
หรือจะให้ใครอีกสักคนในครอบครัวออกมาดูแลเด็กที่กำลังเรียนหนังสือ?
คนผู้นี้จะมีใครที่เหมาะสม?
จูซานคิดอยู่คราหนึ่งก็ล้วนคิดคำตอบไม่ออก
จูชีพูดพึมพำอยู่คราหนึ่งตั้งแต่เรื่องที่ยังอาลัยอาวรณ์ต่ออาจารย์เสิน ไปจนถึงกังวลว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนจะโหดร้ายเกินไป ทั้งยังว้าวุ่นใจว่าจะไม่ได้กินข้าว ‘อร่อย ๆ’ ในบ้านอีกแล้ว
จูซานดึงสติกลับมาก็ได้ยินเนื้อหาที่กำลังพูดถึง เขาจึงอดยิ้มไม่ได้ “เจ้านี่นะ…”
“ข้าทำไมหรือขอรับ? ท่านพูดผิดแล้ว ฝีมือท่านแม่ดีถึงเพียงนั้น หากเป็นข้าที่ไปเรียนหนังสือที่สถานที่ห่างไกลเช่นนั้นย่อมไม่ได้กินเป็นแน่” จูชีบุ้ยปากทั้งยังตำหนิจูซานเล็กน้อย “พี่สาม เมื่อครู่เหตุใดท่านจึงให้ข้าไปบอกนายอำเภอหรือขอรับ ว่าพวกเราไม่คิดจะเข้าร่วมการสอบเยวี่ยนซื่อ?”
“พูดเรื่องนี้ทำไม? ก่อนหน้านี้พวกเราคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะสอบได้เป็นเสี้ยนอั้นโฉ่วจนได้รับตำแหน่งซิ่วไฉโดยตรง หลังการสอบเสี้ยนซื่อก็คือการสอบฝู่ซื่อ เมื่อผ่านการสอบฝู่ซื่อก็จะเป็นการสอบเยวี่ยนซื่อ พวกเรากลัวว่า