น แต่ยังสอบได้เป็นอันดับหนึ่งอีกด้วย
คนอื่นที่เข้าสำนักศึกษามาก่อนเขาตั้งหลายปี แม้แต่การสอบเสี้ยนซื่อก็ยังสอบไม่ผ่าน ใครจะรู้ว่าจะมีคนอิจฉาริษยาเจ้าเจ็ดหรือไม่?
อย่ามองว่ายามปกติแต่ละคนล้วนใจกว้างตรงไปตรงมา ทว่าความจริงบัณฑิตนั้นล้วนใจแคบยิ่ง เรื่องที่เจ้าอาจมองว่าไม่มีอันใด แต่สำหรับพวกเขาอาจเป็นเรื่องใหญ่
อย่างเช่นนายอำเภออวี้เรียกจูชีไปกินข้าวเพียงคนเดียวทั้งยังพูดเรื่องเช่นนี้ หากข่าวแพร่งพรายออกไปถึงหูของคนเหล่านั้น ไม่แน่ว่าอาจกลายเป็น ‘เรื่องใหญ่’
ความริษยานั้นบางครั้งก็เริ่มมาจาก ‘เรื่องเล็กน้อย’ ที่มองข้ามไป
“อา” จูชีคับอกคับใจอยู่บ้าง แต่พี่สามพูดเช่นนี้แล้ว เขาก็ทำได้เพียงทำตาม…หากท่านแม่พยักหน้าเห็นด้วย เขาก็ไม่มีทางคัดค้านได้
กลับมาถึงโรงเตี๊ยมก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนถามว่านายอำเภออวี้เรียกจูชีไปทำไม เพียงแต่จูชีถูกสั่งให้ห้ามพูดแล้วจึงทำได้เพียงบอกอย่างไม่ชัดเจนว่าไปทำอันใด พูดไปเพียงแค่ว่า ‘กินข้าว’
เมื่อไปถามไถ่จากจูซานอีกครา จูซานที่มีไหวพริบสูงยิ่งก็จัดการได้ในไม่กี่ประโยค
แต่หลังจากเรื่องนี้ จูซานก็ไปพูดคุยส่วนตัวกับอาจารย์เสินครู่หนึ่ง
หลังจากอาจารย์เสินได้ยินว่านายอำเภออวี้เขียนจดหมายแนะนำให้จูซาน เขาก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
เขาไม่ได้ถามว่าจูชีจะไปหรือไม่ ถามเพียงคำถามเดียวว่า “ซุ่นเต๋อยังต้องสอบต่อหรือไม่?”
เพราะแรกเริ่มเดิมทีเย่อวี๋หรานส่งจูชีมาเรียนก็เพียงเพื่อให